การจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์จองกันอย่างไรจ่ายเงินแบบไหน

ในปัจจุบันคำว่าออนไลน์เข้ามามีบทความกับชีวิตคนเรามากขึ้นทุกทีจนทำให้เรารู้สึกคุ้นหูมากเมื่อได้ยินคำนี้และในโลกปัจจุบันก็ได้มีธุรกิจเกิดขึ้นใหม่ๆก็จะเกี่ยวเนื่องกับคำว่าออนไลน์เสมอ อย่างเช่นธุรกิจจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ซึ่งในส่วนตัวแล้วผมเองได้คลุกคลีอยู่ในวงการนี้บ้างอยู่เหมือนกัน ทำให้พอรู้ว่าธุรกิจออนไลน์นี้สามารถที่จะจำหน่ายตั๋วโดยสารเครื่องบินในราคาที่ถูกและประหยัดได้เพราะอะไร ก่อนอื่นมาดูประโยชน์ของผู้ใช้บริการจองตั๋วเครื่องบินแบบออนไลน์กันก่อนนะครับ ประโยชน์ข้อนี้หากเป็นคนในกรุงเทพด้วยแล้วย่อมรู้ดี นั่นก็คือเรื่องของเวลาหากเราจะนั่งรถไปเพื่อซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบินสักใบหรือหากมีรถยนต์หากต้องขับรถไปเพื่อจองตั๋วเครื่องบินนั้นเป็นอะไรที่เสียเวลาเอามากๆเพราะในกรุงเทพรถติดมากเอาการแต่หากเราจองตั๋วโดยสารเครื่องบินแบบออนไลน์แล้วเราตัดปัญหาข้อนี้ไปได้เลยครับ ข้อดีอีกหนึ่งข้อสำหรับผู้ใช้บริการคือสามารถตรวจสอบราคาตั๋วโดยสารได้ว่าปัจจุบันบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายนั้นขายตั๋วโดยสารในราคาที่เท่าไหร่เราสามารถไปเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นได้เพราะเดียวนี้ง่ายมากหากเราจะทำการเปรียบเทียบด้านราคาก็แค่ค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เท่านั้นเราก็รู้แล้วว่าบริษัทไหนขายตั๋วโดยสารถูกหรือแพงต่างกันอย่างไร เรามาดูถึงข้อดีในด้านผู้ประกอบการบ้างครับโดยผู้ประกอบการหากมีการวางแผนทำธุรกิจด้านจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์แบบดีๆนั้นสามารถที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและค่าจ้างพนักงานได้มากเอาการเหมือนกันเพราะบริษัทไม่จำเป็นต้องอยู่ติดถนนใหญ่อาจจะอยู่ในซอยก็สามารถที่จะทำธุรกิจนี้ได้แล้วแค่มีเว็บไซด์ขึ้นมาสักเว็บและมีพนักงานสักสองถึงสามคนก็สามารถที่จะเริ่มทำธุรกิจทางด้านนี้ได้แล้วครับ แต่การที่จะทำธุรกิจประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์และมุมมองด้วยนะครับ เพราะในโลกธุรกิจต้องมีประสบความสำเร็จและล้มเหลวควบคู่ไปด้วยกันเสมอ

ข้อมูลท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์

สวิสเซอร์แลนด์ข้อมูลสวิตเซอร์แลนด์ แนะนำเมืองท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ เจาะลึกสวิตเซอร์แลนด์
ข้อมูลทัวร์สวิสเซอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า “หลังคาแห่งทวีปยุโรป” (The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้ว ก็ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขา สลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม….

ข้อมูลทั่วไปสวิตเซอร์แลนด์

รู้จักประเทศสวิตเซอร์แลนด์ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สวิสเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า “หลังคาแห่งทวีปยุโรป” (The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้ว ก็ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขา สลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม สำหรับเลี้ยงสัตว์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีพื้นที่ทัวร์สวิส ราคาถูก ธงประจำชาติสวิสประมาณ 41,287 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าประเทศไทยประมาณ 12 เท่าตัว จัดว่ามีภูเขามากที่สุดในยุโรป และเป็นประเทศที่มีทะเลสาบอยู่มากมาย ซึ่งเกิดจากแอ่งที่ลุ่มระหว่างหุบเขานั่นเอง ลักษณะของภูมิประเทศจึงไม่ค่อยมีพื้นที่ราบ สวิสเซอร์แลนด์มีอาณาเขตติดกับประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรีย อิตาลี ทำให้ภาษาที่ใช้กันมีทั้ง 4 ภาษา คนสวิสฯส่วนใหญ่มีนิสัยรักสงบ รักความเป็นธรรม เคารพสิทธิของผู้อื่น อ่อนน้อม ถ่อมตัว ขยันขันแข็ง มัธยัสถ์ และมีความเป็นอยู่อย่างง่ายๆเมืองหลวงของสวิสเซอร์แลนด์คือกรุงเบอร์น มีเมืองใหญ่ๆที่สำคัญอีก 5 เมืองคือ ซูริค บาร์เซิล เจนีวา โลซาน และเมืองที่น่าสนใจอีกเมืองคือลูเซิร์น เป็นเมืองที่อยู่เกือบใจกลางประเทศ โดยตั้งอยู่ฝั่งค้านตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบลูเซิร์น ที่มีชื่อเรียกว่า ทะเลสาบสี่แคว้นแดนป่าไม้ (Lake of the four forest cantons) ตรงบริเวณปากแม่น้ำรอยซ์ (Reuss river)

สถานที่ ที่ขึ้นหน้าขึ้นตาและเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจแห่งหนึ่งก็คือ ทะเลสาบลูเซิร์น ซึ่งเป็นทะเลสาบสวยงามตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา มองไปทางไหนก็จะเห็นภูเขาโอบล้อม ทัศนียภาพบริเวณรอบๆทะเลสาบลูเซิร์น เป็นอาคารบ้านเรือนแบบสมัยใหม่ มีถนนเลียบไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง ริมทะเลสาบจัดเป็นสวนสาธารณะ มีดอกไม้นานาพรรณออกดอกบานสะพรั่ง เช่นกุหลาบและทิวลิป เป็นต้น อากาศริมทะเลสาบเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง สถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยี่ยมชมกันคือ สะพานวิหาร (Chapel bridge) ซึ่งข้ามแม่น้ำรอยซ์ เป็นสะพานไม้ที่เก่ากี่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว สะพานวิหารนี้เป็นสะพานที่แข็งแรงมากมุงหลังคาแบบโบราณ เชื่อมต่อไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางน้ำ ที่จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเป็นเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันสะพานไม้นี้ถูกไฟไหม้เสียหายไปมาก ต้องบูรณะสร้างขึ้นใหม่เกือบหมด ภาพที่เห็น ถ่ายมาเมื่อหลายปีที่แล้วก่อนสะพานจะถูกไฟไหม้ จึงเป็นภาพสะพานเก่าตัวจริง นอกจากนี้บนสะพานวิหารยังมีร้านที่ระลึกขายของ มีสีสันสวยงามปลูกสร้างเป็นห้องๆลดหลั่นกันไปตามลาดสะพาน และบริเวณใกล้ๆกันนั้น ก็ยังมีหงส์จำนวนมากอาศัยอยู่สร้างชีวิตชีวาให้กับเมืองได้อีกด้วย

สถานทูตไทยในสวิตเซอร์แลนด์ ณ กรุงเบิร์น
ที่อยู่ Kirchstrasse 56, 3097 Bern-iebefeld, Switzerland โทร: (41-31) 970 3030-4, 970 3038-9 แฟกซ์: (41-31) 970 3035 เวลาทำงาน 09.00 – 12.00 น. (จันทร์ – ศุกร์)

ภาษาที่ใช้
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีภาษาราชการ 4 ภาษาด้วยกัน ได้แก่ ภาษาเยอรมัน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาเลียน และภาษาโรมานซ์ (ภาษาละตินโบราณ) แต่จะใช้ภาษาเยอรมันกับฝรั่งเศสเป็นหลัก ส่วนภาษาอังกฤษนั้น ชาวสวิสจะใช้พูดกันทั่วไปในตัวเมือง และตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ท่านอาจเจอคนไทย ที่อยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ค่อนข้างมาก หรืออาจพบชาวสวิสที่สามารถพูดภาษาไทยได้บ้าง

ความแตกต่างเรื่องเวลา
เวลาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะช้ากว่าเวลาที่ประเทศไทย 5 ชั่วโมง ดังนั้น ท่านจะต้องปรับเวลาเมื่อเดินทางถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้วย(หลังจากเดือนตุลาคม-เดือนมีนาคมจะช้ากว่าประมาณ 6 ชั่วโมง)

สภาพภูมิอากาศ
ในสวิตเซอร์แลนด์ภูมิอากาศจะแตกต่างกันตามแต่ภูมิประเทศ บางแห่งอุณหภูมิในฤดูร้อนและฤดูหนาวจะแตกต่างกันมาก เช่น เมืองซูริค อุณหภูมิอาจสูงถึง 30 องศาเซลเซียส และฤดูหนาวอาจต่ำถึง -25 องศาเซลเซียส
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มี 4 ฤดู ได้แก่
ฤดูใบไม้ผลิ (ปลายมีนาคม – กลางพฤศภาคม)
อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ระหว่าง 6-13 องศาเซลเซียส ในช่วงนี้พระอาทิตย์จะเริ่มขึ้นเร็วกว่าตอนหน้าหนาวและตกช้าลง
ฤดูร้อน (ปลายพฤศภาคม – กลางกันยายน)
ช่วงนี้อากาศจะร้อนถึงร้อนมากและไม่ค่อยมีฝนตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนกรกฏาคมและสิงหาคมจะเป็นช่วงที่ร้อนที่สุด ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อุณหภูมิในช่วงเวลากลางจะอยู่ระหว่าง 20-28 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิในตอนกลางคืนจะลดลง เหลือประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ก็แล้วแต่สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี ในช่วงฤดูร้อนนี้จะมีกลางวันที่ยาวนานมากประมาณ 13 ชั่วโมง โดยเฉพาะในเดือนกรกฏาคม แต่เมื่อเริ่มเข้าเดือนสิงหาคมพระอาทิตย์ก็จะเริ่มขึ้นช้าลง แล้วก็ตกเร็วขึ้น
ฤดูใบไม้ร่วง (ปลายกันยายน – กลางพฤศจิกายน)
ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีฝนตกชุกมากที่สุด ในบางปีก็มีฝนตกติดต่อกันเป็นอาทิตย์ บางปีก็ตกวันเว้นวัน อุณหภูมิในช่วงนี้จะเริ่มละต่ำลงไปที่ 7-13 องศาเซลเซียสเท่าๆ กับตอนฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเวลากลางวันก็จะลดลง
ฤดูหนาว (กลางพฤศจิกายน – ปลายมีนาคม)
ในฤดูนี้อากาศจะเริ่มเย็นลง จวบจนกระทั่งเข้าช่วงกลางเดือนธันวาคมจนถึงปลายมกราคมอากาศจะหนาวจัด อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงนี้ประมาณ -3 ถึง 6 องศาเซลเซียส แต่ในเขตเทือกเขาสูง เช่น บริเวณ Jungfraujoch หรือ Zermatt ก็อาจจะมีอุณหภูมิถึงขนาดติดลบ 10 เลยก็เป็นได้ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีหิมะตกหนักในบางเขตด้วย

ค่าเงิน และการธนาคาร
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ใช้สกุลเงินฟรังก์สวิส (CHF) เทียบเป็นเงินไทยได้ประมาณ 35 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับอัตราค่าเงินขณะที่ท่านแลก ธนบัตรสวิสมีมูลค่า 10, 20, 50, 100, 500, 1,000 ฟรังก์ เงินเหรียญมีมูลค่าตั้งแต่ 5, 10, 20, 50 เซนต์ (Centimes) และ 1, 2, 5 ฟรังก์ การแลกเปลี่ยนเงินตราในประเทศนี้ สามารถแลกได้ตามธนาคารทุกแห่ง ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟใหญ่ๆ รวมถึงโรงแรมในสวิตเซอร์แลนด์ทั่วไป แต่ท่านจะได้อัตราที่ดีที่สุดเมื่อแลกเปลี่ยนเงินที่ธนาคารค่ะ ส่วนการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตภายในประเทศนี้ ควรเป็นบัตรที่ได้รับการยอมรับ เช่น อเมริกันเอ็กซ์เพรส วีซ่า และมาสเตอร์การ์ด

ทัวร์สวิส ราคาถูก ฟรังก์สวิส (Swiss franc) สกุลเงินฟรังก์สวิส (CHF) เหรียญระบบโทรศัพท์
นักท่องเที่ยวสามารถใช้โทรศัพท์ที่ใดก็ได้ทั่วประเทศ และยังสามารถโทรไปที่ต่างๆ ทั่วโลกได้เช่นกัน โดยการหมุนหมายเลขรหัสประเทศนั้น ตามด้วยหมายเลขเมือง และเบอร์โทรของประเทศไทยคือ 0066 + จังหวัด + หมายเลขโทรศัพท์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีบริการโทรศัพท์ทางไกล ทั้งชนิดหยอดเหรียญและใช้การ์ดโฟน หรืออีกวิธีหนึ่ง คือ การเปิด Roaming แต่ก่อนเปิดใช้งานจะต้องไปแจ้งทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของท่านก่อน

ข้อแนะนำพิเศษ
ยารักษาโรคประจำตัว ยาดม ยาแก้ปวดเมื่อย ยาแก้ปวดหัว ควรเตรียมไปเองนะคะ เพราะการซื้อยาที่สวิสเซอร์แลนด์ค่อนข้างยุ่งยาก การที่จะไปซื้อตามร้านขายยาแล้วได้รับเลยอย่างที่บ้านเราไม่สามารถทำได้ ที่นั่น ท่านจะต้องมีใบสั่งยาจากหมอก่อน แล้วค่อยเอาใบสั่งไปยื่นที่ร้านขายยา ซึ่งจะทำให้เราเสียเวลาในการท่องเที่ยวไปมากทีเดียว

อาหารท้องถิ่น
สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่รวบรวมเอาวัฒนธรรม ของประเทศเพื่อนบ้านไว้หลากหลาย ทำให้อาหารการกินของที่นี่ ได้รับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก เช่น ประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี อาหารสวิตเซอร์แลนด์ที่ท่านจะพลาดไม่ได้ ก็คือ Cheese Fondue, Sausages and Roesti (มันฝรั่งซอยละเอียดทอด มีไส้กรอกเป็นเครื่องเคียง), เนยแข็งนานาชนิด และ ของหวาน เช่น ช็อกโกแลต, เพสตี้ และเค้ก เป็นต้น ท่านสามารถไปลิ้มลองขนมหวาน รสชาติกลมกล่อมได้ตามภัตตาคาร ร้านอาหารที่มีอยู่มากมายใน สวิตเซอร์แลนด์แห่งนี้

แหล่งช้อปปิ้ง
สถานที่ช้อปปิ้งในเมือง Interlaken โด่งดังมากด้านงานฝีมือทุกชนิด ตั้งแต่ผ้าปัก ไม้แกะสลักไปจนถึงของที่ระลึกจำนวนมาก แต่ถ้าอยากไปซื้อนาฬิกาเลื่องชื่อของที่นี่ท่านจะต้องไปที่เมือง Luzern ชื่อนี้เป็นที่คุ้นหูคนไทยมากที่สุด เพราะเป็นเมืองที่นาฬิกาโรเล็กซ์ขายดีที่สุด รองลงมาคือมีดพก (Swiss Army Knives)

ด่านศุลกากร อนุญาตให้ซื้อเหล้าได้ 1 ลิตร บุหรี่ 1 แถว เข้า-ออก ประเทศ

ระบบไฟฟ้า
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ใช้ระบบไฟฟ้า 230 โวลต์ 50 เฮิร์ตซ และใช้หัวปลั๊กแบบสามขา ฉะนั้น อย่าลืมนำหัวปลั๊กต่อเชื่อม หรือ Adapter ไปด้วย

ตัวอย่างปลั๊ก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ตัวอย่างปลั๊ก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ค่าใช้จ่าย
ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าที่พัก หรือค่าเดินทาง ชาวสวิสหลายคนที่อาศัยอยู่เมืองที่ติดกับประเทศอื่นเช่น ฝรั่งเศส หรือ เยอรมันนี นิยมที่จะเดินทางไปประเทศเหล่านี้เพื่อซื้อของอุปโภคหรือบริโภค หรือแม้แต่ใช้บริการเช่น ตัดผม หรือ ร้านอาหาร

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
นม 1 ลิตร CHF 2.00
โค้กในร้านอาหาร CHF 3.50-4.00
แฮมเบอร์เกอร์ในร้านอาหาร CHF 5.00
ขนมปัง 1 กิโล CHF 3.00-4.00
บุหรี่ 1 ซอง CHF 3.60
กางเกงยีนส์ 1 ตัว CHF 100-150

น้ำประปา
ดื่มได้คุณภาพและความสะอาดเทียบได้กับน้ำแร่ที่บรรจุในขวด

ระบบไปรษณีย์
ทุกท่านสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.swisspost.ch/

ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว แหล่งช้อปปิ้ง สวิตเซอร์แลนด์

แม่น้ำไรน์ (Rhine River)
น้ำตกไรน์ (Rheinfall)
เมืองโลซานน์ (Lausanne)
อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument)
เมืองเซนต์มอริทซ์ (St.Moritz)
เมืองมองเทรอ (Montreux)
สะพานคาเปล ( chapel bridge )
ทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva)
กรุงเบิร์น (Bern)
ธารน้ำแข็งอเลิท์ซ กลาเซียร์ (ALETSCH GLACIER)
เมือง ลูเซิร์น (Lucerne)
เมืองเจนีวา (Geneva)
เมืองกรินเดอวาล (Grindelwald)
เมืองฮาฟฟ์เฮาเซน (Schaffhausen)
ภูเขาทิตลิต (Mount Titlis)
อนุสาวรีย์ Charlie Chaplin
ถ้ำน้ำแข็ง (Glacier Grotto)
นาฬิกาดอกไม้ (Jardin Anglais)
เมืองเวอเวย์ (Vevey)
ยอดเขากลาเซียร์ 3000
เมืองซูริค (Zurich)
เมืองเซอร์แมท (Zermatt)
เมืองอินเทอลาเก้น (Interlaken)
ไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn)
รถไฟสาย Glacier Express
ปราสาทชิยอง (Chillon Castle)
ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau)
น้ำพุจรวดเจ็ทโด้ (JET D’EAU)
หมีสีน้ำตาล (Bear Pit )
ฟองดูว์

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเนเธอร์แลนด์(ฮอลแลนด์)

ข้อมูลทั่วไปประเทศเนเธอร์แลนด์(ฮอลแลนด์)
ทัวร์เนเธอร์แลนด์ ราคาถูก

ธงชาติประเทศเนเธอร์แลนด์ (netherland)ชื่อประเทศ เนเธอร์แลนด์ (Netherlands) ดัตช์: Nederlands หรือที่มักเรียกกันว่าฮอลแลนด์ (Holland)หรือฮอลันดา เป็นประเทศซึ่งตั้งอยู่ในยุโรปตะวันตกตอนเหนือ ชื่อประเทศมีรากศัพท์มาจากคำว่า “Neder” หรือ “ต่ำ” เนื่องจากภูมิประเทศส่วนใหญ่ของเนเธอร์แลนด์เป็นที่ราบลุ่ม และพื้นที่ประมาณหนึ่งในสี่ของประเทศต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เนเธอร์แลนด์ได้ปรับพื้นที่โดยการสูบน้ำออกจากทะเลสาบและทางน้ำต่าง ๆ เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้ เนเธอร์แลนด์ได้สร้างเขื่อน ทางระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศประสบภาวะอุทกภัย เนเธอร์แลนด์จึงมีสิ่งก่อสร้างด้านวิศวกรรมการจัดการน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในโลก

ที่ตั้ง ประเทศฮอลแลนด์เป็นประเทศขนาดเล็ก โดยมีเนื้อที่ประมาณ 41,000 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกnetherland map แผนที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ของ ทวีปยุโรป ภูมิประเทศที่เป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีเพียงทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเท่านั้นที่มีเนินเขา ฮอลแลนด์เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยน้ำ ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบ แม่น้ำหรือลำคลอง
ทิศตะวันออก
ติดกับประเทศเยอรมนี
ทิศใต้
ติดกับประเทศเบลเยี่ยม
ทิศเหนือและทิศตะวันตก ติดกับทะเลเหนือ (North Sea)

พื้นที่ 41,000 ตารางกิโลเมตร

ภูมิอากาศ
เนเธอร์แลนด์มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 18.3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 2.6 องศาสเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 797 มิลลิเมตร

ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค – ก.ค) เป็นช่วงดอกไม้บานเ อากาศอยู่ที่ประมาณ 12-20 องศา มีอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะในเดือนเมษายน อาจร้อนนจัดหรือหนาวจัด แม้กระทั่งหิมะก็อาจตกในช่วงนี้ได้เช่นกัน สำหรับคนไทยยังถือว่าอากาศเย็น ดังนั้นควรเตรียมเสื้อแจ๊กเก็ตพออุ่น ถ้ากันฝนได้ด้วยยิ่งดี
ฤดูร้อน (ก.ค – ก.ย) ช่วงนี้อากาศจะอุ่นขึ้นอยู้ที่ประมาณ 20-30 องศา เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปหนาแน่น เนื่องจากเป็นช่วงหยุดพักร้อนของชาวยุโรป
ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย-พ.ย) อากาศเย็นลงอยู่ที่ประมาณ 5-15 องศา ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี ทำให้บรรยากาศเหมาะแก่การท่องเที่ยวอีกช่วงหนึ่งทีเดียว

ฤดูหนาว (พ.ย – มี.ค) ช่วงนี้อากาศอยู่ที่ประมาณลบ10 – 5 องศา ช่วงนี้สถานที่ท่องที่ยวบางแห่งจะเปิดให้บริการสั้นสลงหรือบางแห่งก็ปิดให้ บริการ

เมืองหลวง อัมสเตอร์ดัม

เวลา
เวลาของประเทศเนเธอร์แลนด์จะช้ากว่าของประเทศไทยประมาณ 5-6 ชั่วโมง
ฤดูร้อน ช้ากว่าเวลาประเทศไทย 5 ชั่วโมง
ฤดูหนาว ช้ากว่าเวลาประเทศไทย 6 ชั่วโมง

ภาษาราชการ ภาษาดัตช์ และฟริเซียน
ศาสนา ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นิกายโปรเตสแตนท์ อิสลาม และอื่นๆ

สกุลเงิน
ค่าเงิน และการธนาคาร เนเธอร์แลนด์ใช้เงินสกุล ยูโร (EURO) ซึ่งเท่ากับประมาณ 50 บาทไทย ชนิดของธนบัตรมีตั้งแต่ 5, 10, 20, 50, 100, 200 ไปจนถึง 500 ยูโรและชนิดของเหรียญจะเริ่มจาก 1, 2, 5, 10, 20, 50 เซนต์ 1 ยูโร จนถึง 2 ยูโร
example euro currency example euro currency

ระบบโทรศัพท์ รหัสโทรศัพท์ของประเทศเนเธอร์แลนด์ คือ รหัส +31 ส่วนใหญ่การโทรกลับเมืองไทยจะใช้ การโทรแบบการ์ดโฟน และบางครั้งอาจโทรศัพท์จากที่พักในเนเธอร์แลนด์ของท่านเลยก็ได้

ข้อแนะนำพิเศษ ชาวไทยที่ไปเที่ยวเนเธอร์แลนด์ จะต้องเก็บรักษาหนังสือเดินทางให้ดีเป็นพิเศษ เพราะทางเนเธอร์แลนด์จะมีการตรวจหนังสือเดินทาง ซึ่งค่อนข้างเข้มงวดตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

ระบบไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้าที่เนเธอร์แลนด์ใช้คือ 220 โวลต์ 50 เฮิร์ตซ์ ใช้ปลั๊กตากลม 2 ขา เพราะฉะนั้น ถ้าปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าของเราไม่ตรงกับปลั๊กที่เนเธอร์แลนด์ ควรจะเอา Adapter ไปด้วย
ตัวอย่างปลั๊กไฟในประเทศเนเธอร์แลนด์ ตัวอย่างปลั๊กไฟในประเทศเนเธอร์แลนด์

น้ำประปา
น้ำประปาในเนเธอร์แลนด์นั้นสะอาด และปลอดภัย คุณสามารถดึ่มได้โดยตรง(จากก๊อกน้ำเย็น)

การคมนาคม
การคมนาคมในประเทศเนเธอร์แลนด์ถือได้ว่ามีความสะดวกสบายมาก การเดินทางระหว่างเมืองจะใช้รถไฟ และรถเมล์ระหว่างเมืองเป็นหลัก ส่วนการเดินทางในเมืองมีรถเมล์ แต่ในเมืองใหญ่เช่น Amsterdam และ Rotterdam มีรถราง (Tram ) และรถไฟใต้ดิน (Metro) ด้วย สำหรับตั๋วที่ใช้กับรถเมล์ รถรางและรถไฟใต้ดินเรียกว่า Strippenkaart พาหนะที่นิยมใช้กันมากอีกอย่างคือจักรยานโดยเฉพาะการเดินทางภายในเมืองที่ การจราจรหนาแน่นมากๆ

ดอกไม้ประจำชาติ
ดอกไม้ประชาติประเทศเนเธอร์แลนด์ดอกไม้ประจำชาติคือทิวลิป ซึ่งมีต้นกำเนิดจากตุรกี แต่ดอกไม้ที่ผลิตมากที่สุดคือกุหลาบ
ดอกคาร์เนชั่นสีแดงเป็นดอกไม้ต้องห้ามในเนเธอร์แลนด์เพราะมีความเกี่ยวข้องกับทหารเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

อาหารท้องถิ่น อาหารของประเทศเนเธอร์แลนด์ส่วนใหญ่จะเป็นพวก มันฝรั่ง ขนมปังและเบคอนต่างๆ เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่ไม่ทานข้าว เช่นเดียวกับประเทศยุโรปทั่วๆไป อาหารเลื่องชื่อของเขา ได้แก่ ปลาแฮริ่งสด มักจะทานเปล่าๆ หรือจะทานกับขนมปังก็ได้ ซึ่งมีขายอยู่ทั่วไปตั้งแต่ตามตลาด ซุ้ม ไปจนถึงภัตตาคารเลยก็มี นอกจากนี้ยังมี สตั๊มป์ผด (Stamppot) หรือมันฝรั่งบดผสมกับผัก เวลาทานมักผสมเบคอนลงไปด้วย ยิ่งทานคู่กับไส้กรอกอ้วนๆ ยิ่งเข้ากัน, มันฝรั่งทอด (Patat) ส่วนของหวานขึ้นชื่อของเนเธอร์แลนด์ก็จะเป็น Stroopwafel และ แพนเค้ก (Pannekoek) ซึ่งที่เนเธอร์แลนด์นี้เองถือเป็นต้นตำรับของขนมชนิดนี้ โดยคนที่นี่นิยมทานกับไอศครีมและวิปปิ้งครีม ใครได้มาชิมถึงแหล่งกำเนิดเป็นต้องติดใจไปทุกราย รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

แหล่งช้อปปิ้ง ย่านดัมสแควร์ ถือเป็นศูนย์รวมห้างสรรพสินค้าชื่อดังรวมทั้งร้านค้าหลากหลาย ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอัมสเตอร์ดัม ที่นั่น มีสินค้าและของที่ระลึกต่างๆ ให้เลือกซื้อเลือกหาอยู่มากมาย อาทิ สินค้าพื้นเมือง สินค้าหัตถกรรม เพชรพลอย ดอกทิวลิป รองเท้าไม้ ซึ่งผลิตจากไม้พลับเพลา ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณเลย เป็นต้น

สังคม ปัจจุบันประเทศเนเธอร์แลนด์(ฮอลแลนด์)มีผู้คนอาศัย อยู่มากถึง 190 เชื้อชาติ โดยเป็นเวลากว่าทศวรรษที่ผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานใน ประเทศฮอลแลนด์ ด้วยเหตุนี้ส่งผลให้ผู้คนชาวดัตช์ค่อนข้างรักอิสระ ใจดี และเปิดกว้างต่อชาวต่างชาติ และด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมนี้ส่งผลให้ฮอลแลนด์เป็นดินแดนแห่งความรู้ ความคิดใหม่ๆ และวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลก ภาษาประจำชาติคือภาษาดัตช์ โดยผู้คนส่วนใหญ่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ และอาจพูดภาษาต่างประเทศอื่นๆได้อีกด้วย เช่น ภาษาเยอรมัน หรือภาษาฝรั่งเศส

อุปนิสัย เนเธอร์แลนด์ถือเป็นสังคมชนิดพึ่งพาตนเอง ผู้คนต้องเรียนรู้ที่จะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตนเอง ทั้งนี้จึงส่งผลให้ชาวดัตช์รักอิสรภาพแต่ในขณะเดียวกันก็มีระเบียบวินัยด้วย ลักษณะเด่นหนึ่งขาวชาวดัตช์ก็คือความเปิดกว้างและความตรงไปตรงมาทั้งทางการ กระทำและการพูดจา สังคมชาวดัตช์เป็นสังคมที่ไม่มีความเหลื่อมล้ำ จะเห็นได้ชัดจากในชั้นเรียนถึงความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และนักเรียน/นัก ศึกษา ทุกคนจะรู้สึกถึงความเป็นกันเองได้อย่างรวดเร็ว และส่วนใหญ่สามารถเรียกกันด้วยชื่อหน้า

สถานที่ท่องเที่ยวเนเธอร์แลนด์(ฮอลแลนด์)ที่น่าสนใจ

ล่องเรือหลังคากระจก (Lover Boat)
ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลโลก
กรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam)
เมืองลิซเซ่ (Lisse)
ย่านจัตุรัสแดม (Dam Square)
สวนเคอเคนฮอฟ( KEUKENHOF )
เรดไรท์สตรีท (Red Light Street )
กรุงเฮก (The Hague)

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศอินเดีย

อินเดีย เป็นประเทศสำคัญในภูมิภาคเอเชีย ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปี ที่สำคัญอินเดียเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมที่เก่าแก่และเจริญรุ่งเรืองมาแต่ ครั้งโบราณกาล

เมื่อกล่าวถึงอินเดีย มิใช่เฉพาะประเทศในซีกโลกตะวันออกเท่านั้นที่รู้จักโดยทั่วกัน แม้แต่ประเทศในซีกโลกตะวันตก ต่างก็รู้จักดินแดนแห่งนี้เป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากเรื่องราวของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (356-323 B.C.) แห่งมาซิโดเนีย ครั้งหนึ่งพระองค์ได้เคยยาตราทัพมายังดินแดนแถบนี้ โดยมุ่งหมายจะยึดครองอินเดียให้จงได้ ตามข้อสันนิษฐานของนักโบราณคดี ส่วนใหญ่ลงความเห็นว่า ภาคเหนือของอินเดียได้เคยมีการติดต่อกับอารยธรรมเมโสโปเตเมียในลุ่มแม่น้ำไท กริสและยูเฟรติสมาก่อนแล้ว


ข้อควรทราบ ก่อนเดินทาง การเดินทางไปประเทศอินเดียนั้นไม่ได้โหดร้ายและทุรกันดานอย่างที่เคยได้ยินกันมา เพียงแต่เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะพบกับสภาพการต่าง ๆ ที่เราไม่สามารถควบคุม หรือสั่งการได้ดังที่ใจเราปรารถนา ซึ่งสิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นเสน่ห์หรือเอกลักษณ์ของประเทศอินเดียเลยทีเดียวการเตรียมใจประการแรกคือ การไปพบกับระบบการทำงานที่เวลาไม่มีความหมาย นั่นคือ ไม่มีความรีบร้อนในการทำงานในทุก ๆ เรื่อง เริ่มตั้งแต่เมื่อลงจากเครื่องบิน ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองที่ค่อยทำค่อยไป ไม่ได้ดูว่าจะมีคนคอยมากน้อยเท่าไหร่ ดังนั้นอาจต้องใช้เวลากว่าจะผ่านไปรับกระเป๋าได้นานพอสมควรคนอินเดียเป็นนายของเวลาไม่ใช่เวลาเป็นนายเขาการเตรียมใจประการที่สอง คือ เตรียมใจเข็นกระเป๋าเอง เวลาออกจากสนามบินและวันเดินทางกลับที่จะเข้าสู่อาคารผู้โดยสาร ทั้งนี้เนื่องจากทางการอินเดียเข้มงวดมากในเรื่องการป้องกันวินาศภัย จึงต้องให้เจ้าของกระเป๋าเข็นกระเป๋าเองพร้อมโชว์ตั๋วเครื่องบิน จึงจะให้ผ่านเข้าไปได้ เจ้าหน้าที่ที่จัดบริการท่องเที่ยวให้ไม่สามารถเข้าไปในตัวอาคารได้เลยยกเว้นผู้ที่มีบัตร ซึ่งมีน้อยคนที่จะได้
การขอวีซ่า:วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) ของประเทศอินเดีย สามารถยื่นขอได้ที่สถานเอกอัครราชทูตอินเดีย อยู่ที่ซอยประสานมิตร ใกล้ๆ กับด้านหลังตึก GMM แกรมมี่ หรือหน้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จะเข้าจากทางซอยอโศกก็ไดแผนกวีซ่า จะเปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 12.00 น. สำหรับคนสัญชาติไทย ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทย ก็เตรียมเอกสาร ดังนี้
1. หนังสือเดินทางไทย ซึ่งต้องมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน (พร้อมถ่ายสำเนาหน้าที่มีรูปมาอีก 1 แผ่น)
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 แผ่น
3. รูปถ่ายหน้าตรง 1 นิ้วครึ่ง หรือ 2 นิ้ว 1 ใบ
4. เงินค่าธรรมเนียมวีซ่าอินเดีย 1,700 บาท

สภาพภูมิอากาศ
อินเดียมี 3 ฤดูกาลได้แก่

ฤดูร้อน ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายนอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 35 องศาเซลเซียส
ฤดูฝน ระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายนอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 28 องศาเซลเซียส
ฤดูหนาว ระหว่างเดือนตุลาคม-มีนาคมอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10-17 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ – 3 องศาเซลเซียส เฉพาะบางเมืองเท่านั้น

เวลา
เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าในประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง แต่การทำกิจกรรมและบริหารเวลาจะต่างกันมากโดยทั่วไปชาวอินเดียส่วนใหญ่จะเริ่มงานและทานอาหารเช้าเวลา 10.00 น. และพักเที่ยงตอน 14.00 น.หรือ 15.00 น. และทานอาหารเย็นตอน 20.00 น.

ภาษา
ภาษาฮินดีเป็นภาษาที่ใช้โดยประชาชนส่วนใหญ่ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในวงราชการและธุรกิจ นอกจากนั้นยังมีภาษาท้องถิ่นอีกนับร้อยภาษา แต่ที่ใช้กันมากมี 14 ภาษา คือ อูรดู เตลูกู เบงกาลี ทมิฬ และปัญจาบี

เงินตรา
รูปีอินเดีย (INR) หน่วยย่อยของรูปีเรียก เปซ่า (Paise) อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 40.88 รูปี และ 1 รูปี เท่ากับ 0.67 บาท ( ก.ย. 2553)
บัตรเครดิตที่สามารถใช้ได้ทั่วไปคือบัตร Visa American Express และ Mastercard

เงินตรา: รูปีอินเดีย (INR)
ระบบไฟฟ้า
ใช้ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกับประเทศไทย หากต้องการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเมืองไทยไปใช้ที่อินเดีย อาจจะต้องเปลี่ยนปลั๊กไฟเป็นแบบขากลม

ตัวอย่างปลั๊กไฟในอินเดีย

ตัวอย่างปลั๊กไฟในอินเดีย

ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป
ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

การใช้โทรศัพท์
โทรศัพท์มือถือที่นำไปจากประเทศไทยสามารถนำไปใช้ได้ เพียงแต่ซื้อซิมการ์ดเปลี่ยนเท่านั้นและมีราคาถูกมากประมาณ 99 บาทและซื้อบัตรเติมเงินที่มีราคาตั้งแต่ 350 – 1150 รูปี ค่าโทรศัพท์ระหว่างประเทศที่ใช้มือถือโทรออกประมาณนาทีละ 16 บาท ถ้าทางครอบครัวโทรจากเมืองไทยเข้าที่เครื่องเวลารับจะไม่เสียเงิน แต่ถ้าใช้โทรศัพท์ระหว่างประเทศระบบ IDSL จะถูกกว่ามากซึ่งจะเห็นติดป้ายอยู่ตามร้านอินเตอร์เน็ตทั่วไปมีระบบดิจิตอลจับเวลานาทีละ 7 บาท

การให้ทิป
การให้ทิปในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง

อาหารการกิน
อาหารอินเดีย ก็สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ อย่างแรกเป็นอาหารทานเล่นหรืออาหารเรียกน้ำย่อย อาหารทานเล่นในอินเดีย มักเป็นจำพวกของทอดต่างๆ เช่น กะหรี่ปั๊ป ข้าวเกรียบแผ่น ซาโมซ่า ซามิกาบั๊ป และพาโคร่า เป็นต้น จะทานคู่กับน้ำจิ้ม 3 ชนิด แล้วแต่ว่าจะทานแบบไหน มีทั้งน้ำจิ้มสีเขียว รสชาติเผ็ดหน่อยๆ หรือจะเป็นน้ำจิ้มสีน้ำตาล ออกเปรี้ยวนำ และน้ำจิ้มหอมแดงดอง

หลังจากที่ได้ทานอาหารทานเล่นแล้ว ก็ตามด้วยประเภทที่สอง ที่เรียกว่าอาหารจานหลัก ซึ่งโดยทั่วไปมักจะมีลักษณะคล้ายแกงของคนไทย ทานพร้อมๆ กันกับพวกของปิ้ง ของย่าง หรือของทอด เช่น แทนดูรี่ เป็นของชนิดย่าง อย่าง พวกไก่ย่างใส่เครื่องเทศ เป็นต้น แต่ถ้าเป็นพวกแกง คนอินเดียไม่ค่อยใส่เนื้อกับผักปนกัน เลือกใส่อย่างใดอย่างหนึ่งลงไป เช่น ถ้าแกงใส่ผัก ก็จะมีแต่ผักเท่านั้น

ส่วนของหวานสำหรับคนอินเดีย จะมีไว้ทานคู่กับชาอินเดีย และของหวานโดยมากจะทำจากนม เนย โยเกิร์ตเท่านั้น แต่สำหรับเครื่องดื่ม เน้นไปที่นมและโยเกิร์ต ปั่นรวมกับผลไม้สดๆ หรือจะเป็นประเภทชาอินเดีย แค่นี้ก็สามารถทำให้เห็นแล้วว่า อาหารอินเดียเป็นอาหารนานาชาติอีกชนิดหนึ่ง ที่น่าสนใจ และไม่มีขั้นตอนใดๆ ให้คนทานยุ่งยากใจ

รายการช้อปปิ้ง

ผ้าคลุมไหล่
พระพิฆเนศ
งานหินแกะสลัก
เปเปอร์มาเช่
กระเป๋า
กล่องไม้แกะสลัก
กำไล
ฯลฯ

สถานที่ท่องเที่ยวอินเดียที่น่าสนใจ

สถูปรามาภาร์
ทัชมาฮาล
สวนโมกุล
โซนามาร์ค
กุลมาร์ค
ดาร์จีลิ่ง
วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
พระราชวังอัมเบอร์พาเลซ
พระราชวังเลห์
วัดธิคเซย์

เทศกาลสำคัญ

เทศกาลคเณศจตุรถี : เทศกาลบูชาพระคเณศ (Lord Ganesh) เทพเจ้าแห่งปัญญาและการขจัดอุปสรรคทั้งปวง เริ่มต้นแล้ววันนี้ โดยเทศกาลนี้มีชื่อเรียกว่า คเณศจตุรถี (Ganesh Chaturthi) หรือที่เรียกกันทั่วไปในปูเณ่ว่า กันปาตี (Ganpati Festival) เพื่อเฉลิมฉลองวันประสูติของพระองค์ ในเดือนเดือนภาทรบท (Bhadrapada) ตามปฏิทินฮินดู ปกติชาวฮินดูจะสวดภาวนาต่อพระคเณศก่อนที่จะเริ่มกิจการงานสำคัญใดๆ ด้วยเชื่อกันว่าพระองค์จะบันดาลให้ความปรารถนานั้นสัมฤทธิ์ผลสมประสงค์
เทศกาลอาหารมุสลิมในวันออกศีลอด อีดิลฟิตรี (Eid-ul-Fitr) : อีดิลฟิตรี (Eid-ul-Fitr) ถือเป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งของชาวมุสลิม หลังสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมะฎอนเป็นเวลานานถึงหนึ่งเดือน ชาวมุสลิมจึงมีการเลี้ยงฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ภายในครอบครัว ญาติมิตร และเพื่อนฝูง บ้างก็พาครอบครัวออกมารับประทานอาหารนอกบ้าน มาเที่ยวและจับจ่ายซื้อข้าวของกันอย่างสนุกสนานในวันหยุดวันนี้
เทศกาลกฤษณะจันมาสตามิ (Krishna Janmashtami) : หรือวันประสูติพระกฤษณะ ที่ปูเณ่เรียกเทศกาลนี้ว่า “ดะฮี แฮนดี (Dahi Handi)” เมื่อวานนี้ เป็นเทศกาลแห่งความสนุกสนาน มีสีสัน และลุ้นกันจนตัวโก่ง โดยเฉพาะในตอนกลางคืน ที่มีการเล่นต่อตัวกันขึ้นไปดึงหม้อแฮนดีที่แขวนไว้บนที่สูงลงมา และหม้อนี้มีแขวนไว้เป็นระยะระหว่างถนนสองฟาก ในตรอกซอกซอยต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณหน้าวัด ยิ่งถ้าเป็นวัดใหญ่ ก็จะมีการแข่งขันและเงินรางวัลให้สูง สำหรับทีมที่สามารถดึงหม้อแฮนดีที่แขวนไว้สูงมากลงมาได้โดยมีเงิน 1 แลกห์ หรือ 1 แสนรูปีจากนักการเมืองเป็นรางวัล ทีมที่ีชนะนี้ต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างมากทีเดียว
เทศกาลรักษาบันดาล (Raksha Bandhan) : บ้างก็เรียกว่า ราคี (Rakhi) เป็นเทศกาลของชาวฮินดูที่เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างพี่ชายกับน้องสาว ในวันเพ็ญแห่งเดือนศรวณะ (Shravana) ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 24 สิงหาคม วันนี้จึงถือว่าเป็นวันสำคัญที่เฉลิมฉลองกันทั่วอินเดีย เพื่อแสดงออกถึงความรักความผูกพันระหว่างพี่ชายและน้องสาว

เทศกาลสำคัญของอินเดีย

เบอร์ติดต่อที่สำคัญ
หมายเลขสถานทูต และหมายเลขอื่น ๆ ที่จำเป็น
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเดลี
เมื่อมีเหตุฉุกเฉินที่ต้องการติดต่อกับสถานทูตไทยในกรุงเดลี สามารถติดต่อได้ที่
56 – N, Nyaya Marg, Chanakyapuri,New Delhi 110021 โทร. 9111 611 5678, 611 8103-4

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศมาเก๊า

ท่องเที่ยวประเทศมาเก๊ามาเก๊า อยู่ในเขตมณฑลกวางตุ้ง บนชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของสามเหลี่ยม ปากแม่น้ำเพิร์ล ในอดีตมาเก๊าตกเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสนานถึง 400 ปี และกลับคืนสู่การปกครองของจีนเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 1999 “มาเก๊า” นับเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและน่าสนใจ ในอดีตมาเก๊าเป็นเพียงแค่หมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงเล็กๆ โดยมีชาวจีนกวางตุ้งและฟูเจี้ยนเป็นชนชาติดั้งเดิม จนมาถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 16 ชาวโปรตุเกสได้เดินเรือเข้ามายังคาบสมุทรแถบนี้เพื่อติดต่อค้าขายกับชาวจีน และมาสร้างอาณานิคมอยู่ในแถบนี้ ที่สำคัญคือ ชาวโปรตุเกสได้นำพาเอาความเจริญรุ่งเรืองทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมของชาติตะวันตกเข้ามาอย่างมากมาย ทำให้มาเก๊ากลายเป็นเมืองที่มีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกอย่างลงตัว จนสามารถเรียกได้ว่าเป็น “ยุโรปใจกลางเอเชีย” อันมีเสน่ห์เย้ายวนใจให้นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาเยือนมาเก๊ากันเป็นจำนวนมาก


สภาพภูมิอากาศ
มาเก๊า มีภูมิอากาศค่อนข้างอบอุ่น โดยเฉลี่ยอยู่ราว 20 องศาเซลเซียส (68 ฟาเรนไฮด์) มีความชื้นสัมพัทธ์สูงเฉลี่ย 75%-90% โดยแบ่งเป็นฤดูกาลต่างๆ ได้ดังนี้

ฤดูใบไม้ร่วง (ต.ค.-ธ.ค.) ถือเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด เหมาะแก่การท่องเที่ยว
ฤดูหนาว (ม.ค.-มี.ค.) แม้ว่าจะมีอากาศค่อนข้างหนาว แต่ก็มีแสงแดด ให้พออบอุ่น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปสัมผัสอากาศ
ฤดูร้อนและฝน (เม.ย.-ก.ย.)ในช่วงนี้อากาศจะเริ่มร้อนอบอ้าว และมีความชื้น สัมพัทธ์สูงในบางช่วงจะมีฝนตกและมักเกิดพายใต้ฝุ่น ราวเดือน มิ.ย.-ส.ค.นกรณีที่เกิดพายุไต้ฝุ่นถึงระดับ8 สะพานเชื่อมไทปา, โคโลอาน จะถูกปิดลงชั่วคราว ขณะเดียวกันการเดินเรือ โดยสารและเที่ยวบินต่างๆ ระหว่าง ฮ่องกง-มาเก๊า จะถูกยกเลิกชั่วคราว จนกว่าจะปลอดภัย

เวลา
เวลาในมาเก๊าเร็วกว่าในประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ภาษา
ใช้ภาษาจีนและภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาราชการ แต่จะนิยมใช้ภาษาจีนกวางตุ้งในการสื่อสารมากกว่า ส่วนภาษาอังกฤษจะนิยมใช้เป็นภาษาเพื่อทำการค้า และการท่องเที่ยว

เงินตรา
มาเก๊าใช้สกุลเงินปาตากาส์ (Patacas) หรือใช้สัญลักษณ์แทนว่า MOP$ ซึ่ง 1 MOP$ มีค่าประมาณ 4.50 บาท โดยแบงก์ที่ใช้กันก็มีตั้งแต่ 1,000, 500, 100, 50, 20, 10 MOP$ ส่วนเหรียญก็มีเหรียญ 10, 5, 1 MOP$ และมีหน่วยย่อยเป็นเหรียญ 50, 20, 10 Avos ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวไม่นิยมแลกเงินมาเก๊าไปกัน เนื่องจากเงินมาเก๊าแลกคืนเป็นเงินบาทไม่ได้ แต่จะแลกเป็นเงินฮ่องกงไป (ที่มาเก๊าใช้เงินฮ่องกงได้)
มาเก๊าใช้สกุลเงินปาตากาส์ (Patacas)
ระบบไฟฟ้า
โดยทั่วไปจะใช้กระแสไฟฟ้า 220 โวลท์ แบบปลั๊ก 3 ตาหัวเหลี่ยม หรือ บางสถานที่ใช้หัวกลม

ตัวอย่างปลั๊กไฟในมาเก๊า

ตัวอย่างปลั๊กไฟในมาเก๊า

ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป
ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

การใช้โทรศัพท์
มาเก๊าไม่มีการคิดอัตราค่าโทรศัพท์ภายในประเทศสำหรับเครื่องโทรศัพท์ตามบ้าน แต่ถ้าเป็นโทรศัพท์สาธารณะจะเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 1 ปาตากาส์ โดยบัตรโทรศัพท์มีราคา 50, 100 และ 150 ปาตากาส์ ตามย่านธุรกิจสำคัญๆ มีตู้โทรศัพท์ที่ใช้เครดิตการ์ดให้บริการ มือถือจากเมืองไทยที่เปิดบริการ Roaming สามารถเปิดใช้ที่มาเก๊าได้เลย

การให้ทิป
การให้ทิปในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง

อาหารการกิน
มาเก๊า เป็นสวรรค์ของนักกิน ไม่แพ้ที่ใดในโลก ด้วยมีอาหารหลากหลายชนิด และหลากหลายชาติให้ได้ลิ้มรสกัน ที่พลาดไม่ได้เมื่อไปถึงมาเก๊า ก็ต้องเป็นอาหารประจำชาติ ที่เรียกกันว่า “อาหารแมคกันนีส” และ “อาหารโปรตุเกส” ซึ่งไม่สามารถหาทานได้ในเมืองไทยอย่างแน่นอน

“อาหารแมคกันนีส” อาหารประจำชาติของมาเก๊าเป็นอาหารที่ผสมผสานเอารสชาติและเครื่องปรุงจากนานาชาติ ทั้ง ยุโรป อเมริกาใต้ แอฟริกา และ เอเชียมาไว้ด้วยกันในแต่ละจาน ตกแต่งสไตล์ยุโรป เพิ่มเสน่ห์และรสชาติในการรับประทานด้วยไวน์ชั้นเลิศของโปรตุเกสก็จะได้ความอร่อยมากขึ้น การปรุงอาหารในครัวแมกกานีส ยังเป็นการนำกรรมวิธีการปรุงแบบตะวันตก (อบ ย่าง สตูว์ ตุ๋น) มาเข้าคู่กับเครื่องปรุงของเอเชีย เช่น ผงกระหรี่ กะปิ กุนเชียง และต้นหอม หรือไม่ก็สลับกันโดยการนำเอาการปรุงแบบฉบับของจีน เช่น ผัดไฟแรง ทอด นึ่ง มาผสมกับเครื่องปรุงของยุโรป เช่น ปลาคอด น้ำมันมะกอก มะกอกดอง เนื้อสับ มันฝรั่ง และไส้กรอกหมูเค็มของโปรตุเกสที่เรียกกันว่าโซริโซ่ (Chorizo)

อาหารโปรตุเกส เป็นอาหารยุโรปใต้ที่มีชายฝั่งติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีส่วนประกอบหลัก คือ อาหารทะเลทุกประเภท เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก ปรุงแบบง่ายๆ เช่น ย่างถ่าน ตุ๋น นึ่งกับสมุนไพรและเครื่องปรุงที่หาได้ในภาคใต้ของยุโรป เช่น น้ำมันมะกอก เกลือทะเล น้ำส้มไวน์ขาว ผักชี และกระเทียม เป็นหลัก

รายการช้อปปิ้ง

เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย
เฟอร์นิเจอร์สไตล์จีน ของเก่า และของสะสมต่างๆ
สินค้าแผงลอย / ตลาดนัดในมาเก๊า
แหล่งช้อปปิ้งย่านเซนาโด้สแควร์และเรดมาร์เก็ต
ไวน์โปรตุเกส
งานศิลปะและร้านค้าต่างๆ
อัญมณี เครื่องประดับ และทองรูปพรรณ
สินค้าพื้นเมือง
ฯลฯ

สถานที่ท่องเที่ยวมาเก๊าที่น่าสนใจ

วัดเจ้าแม่กวนอิม (Kun Iam Temple)
โบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St. Paul’s)
เซนาโด้สแควร์ (Senado Square)
เจ้าแม่กวนอิมปรางค์ทอง (Kun Iam Statue)
บ่อนคาสิโนลิสต์บัว(Lisboa)
พิพิธภัณฑ์บ้านไทปา (Taipa Houses Museum)
ป้อมมองเต และพิพิธภัณฑ์มาเก๊า (Monte Fort & Museum of Macau)

เทศกาลสำคัญ

เทศกาลตรุษจีน : ตามท้องถนนเต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใสมีขบวนแห่เชิดสิงโตและเสียงกลองรัวดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ครั้นเวลากลางคืนถนนทุกสายต่างประดับประดาไปด้วยโคมไฟระยิบระยับ ในช่วงเทศกาลนี้ชาวมาเก๊าจะเดินทางไปกราบไว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล “Kung Hei Fat Choi” จะใช้เป็นคำทักทายเพื่อส่งความสุขและความปรารถนาดีให้แก่กัน นอกจากนี้ผู้อาวุโสจะมอบอั่งเปา หรือ Laisi ให้กับญาติผุ้น้อง โดยภายใน Laisi หรือ อั่งเปาจะใส่เงินเอาไว้แทนสัญลักษณ์ของโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่ง ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฎิบัติของชาวจีน
พิธีแห่รูปปั้นพระเยซูคริสต์ : คณะผู้นับถือศาสนาคริสต์นิการคาทอลิก จะสวมชุดคลุมยาวสีม่วงแล้วมารวมตัวกันเพื่อตั้งขบวนแห่รูปปั้นพระเยซูคริสต์แบกไม้กางเขน โดยเริ่มเดินขบวนแห่จากโบสถ์เซนต์ออกัสติน ไปยังโบสถ์ Cathedral ท่ามกลางฝูงชนคับคั่งที่มาร่วมพิธีด้วยความนับถือและศรัทธาในองค์พระเยซู
เทศกาลเช็งเม้ง : ครอบครัวชาวจีนจะเดินทางไปทำความสะอาดสุสาน พร้อมทั้งจัดเตรียมเทียนหอมและเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ สำหรับกราบไหว้บูชาบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ภายหลังจากทำความสะอาดสุสานและทำพิธีกราบไหว้บรรพบุรุษ เสร็จแล้วก็ถือโอกาสใช้ช่วงเวลานี้พักผ่อนและสังสรรค์ในครอบครัวไปด้วยพร้อมกัน
เทศกาลทางศาสนาที่วัด Pak Tai : งานประเพณีพื้นเมืองอีกหนึ่งสีสันในเทศกาลทางศาสนาที่จัดขึ้นในเดือนเมษายน บนเกาะไทปา ที่วัด Pak Tai จะจัดให้มีการแสดงอุปรากรจีนที่บอกเล่าถึงตำนานของ Pak Tai เทพยดาผู้เป็นเลิศและนักรบผู้กล้าแห่งดินแดนทางตอนเหนือ
เทศกาลไหว้เจ้าแม่อาม่า์ : เทศกาลประเพณีอันยิ่งใหญ่นี้จัดขึ้นปีละครั้ง เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและความเลื่อมใสศรัทธาในอาม่า องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล บริเวณด้านหน้าวัดอาม่าจะมีการแสดงเชิดสิงโตและระบำต่างๆ สีสันสดใส ตระการตา ดูมีชีวิตชีวามากเป็นพิเศษ

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศรัสเซีย

รัสเซีย ถูกขนานนามว่าเป็นประเทศที่ “ผู้หญิงสวยที่สุดในโลก” และ “เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก” ก็งดงามดุจราชินีแห่งยุโรป…

ด้วยความหนาวเย็น ต้องเดินทางไปช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยว คือ ช่วงเดือนพฤษภาคม อากาศช่วงนี้จะเย็นสบาย ทิวทัศน์สวยมาก ต้นไม้กำลังผลิดอกเต็มไปหมด กลิ่นหอมตลบไปทั่ว เป็นช่วงที่เรียกว่า “ไวท์ไนท์” เป็นผลจากแสงของพระอาทิตย์เที่ยงคืน

การเดินทางไปเที่ยวรัสเซียก็สะดวกมากขึ้น สามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ-มอสโก ได้เลย

หากอากาศไม่หนาวจัดเกินไป การไปเที่ยวจัตุรัสแดงและพระราชวังเครมลิน พิพิธภัณฑ์และสถาปัตยกรรมเมืองหลวงในรูปแบบทรงยุโรปมีความอลังการและมีเสน่ห์อย่างพลาดไม่ได้ สัมผัสกับความหลายหลากของอารยธรรมแห่งดินแดนหมีขาว


สภาพภูมิอากาศ
เขตภูมิอากาศที่มีความหลากหลาย และแตกต่างระหว่างกันอย่างยิ่ง ทำให้ประเทศรัสเซียมีฤดูหนาวที่ยาวนาน อากาศหนาวจัด รวมทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ถูกปกคลุมด้วยหิมะเป็นเวลานานถึง 6 เดือนกันเลยทีเดียวนอกจากนี้ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการติดต่อทางธุรกิจและราชการกับชาวรัสเซียคือ ตั้งแต่เดือน กันยายนถึงกลางเดือนธันวาคม และกลางเดือนมกราคมถึงปลายเดือนมิถุนายน ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวของคนไทยคือ ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม

เวลา
ประเทศรัสเซียมีความแตกต่างของเวลาระหว่างตะวันตกและตะวันออก 11 เขตเวลา โดยเวลาของกรุงมอสโกจะช้ากว่าเวลาของกรุงเทพฯ ประมาณ 3 ชั่วโมงในช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคม และจะช้ากว่าบ้านเรา 4 ชั่วโมงในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม

ภาษา
ประเทศรัสเซียใช้ภาษารัสเซียเป็นภาษาประจำชาติ ประชาส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้สำหรับคนรัสเซียที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีคือ คนที่ทำงานอยู่ในส่วนของโรงแรม บริษัทท่องเที่ยว ไกด์ บริษัทเอกชนของต่างชาติ พ่อค้าแม่ค้าขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว ส่วนร้านค้า ห้างสรรพสินค้า แท็กซี่ ต่างต้องใช้คู่มือภาษารัสเซียและภาษามือเข้าช่วยในในการซื้อต่อรองราคาสินค้าต่างๆหรืออาจใช้เครื่องคิดเลขในการต่อรองกัน

เงินตรา
รัสเซียใช้เงินสกุล รูเบิล (ruble: RUR) โดยมีอัตราแลกเปลี่ยน 1 RUR เท่ากับประมาณ 1.40 บาทไทย
รัสเซียใช้เงินสกุล รูเบิล (ruble: RUR)
ระบบไฟฟ้า
ใช้ไฟฟ้าในรัสเซียบ้านที่ 220โวลล์ เหมือนเมืองไทยแต่มีข้อแตกต่างตรงที่เครื่องไฟฟ้าทุกชนิดจะเป็นปลั๊กขากลม 2 ขาและเต้าเสียบจะเป็นรูกลม 2 รู ซึ่งขนาดของรูกลมและความกว้างระหว่างขาปลั๊กและรุเต้าเสียบจะเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองไทยแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองไทยบางประเภท ปลั๊กเสียบเป็นขาแบน 2 ขาฉะนั้นจะต้องใช้ ADAPTOR ต่อให้เป็นขากลม 2 ขาก่อน

ตัวอย่างปลั๊กไฟและตัวแปลงที่ใช้กับปลั๊กไฟในรัสเซีย

ตัวอย่างปลั๊กไฟและตัวแปลงที่ใช้กับปลั๊กไฟในรัสเซีย

ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป
ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

การใช้โทรศัพท์
รหัสโทรศัพท์ของประเทศรัสเซียคือ +7 หากนักท่องเที่ยวต้องการโทรศัพท์ไปต่างประเทศ กด 8 รอสัญญาณ ตามด้วย 10 + รหัสประเทศ + รหัสเมือง + หมายเลขที่ต้องการโทรออก

การให้ทิป
การให้ทิปในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง

อาหารการกิน
อาหารที่เป็นที่นิยมของชาวรัสเซียนจะเป็นพวก ซุปกะหล่ำแบบดั้งเดิม (Shchi) ซุปบีทรูท (Borsch) สลัดมันฝรั่ง (Stilichnii) สตูว์หมู (Azu) เนื้อตุ๋นในครีมเข้มข้น (Beef Stroganoff) ฯลฯ หรือจะไปลิ้มลองอาหารแบบคอเคซัสตามร้านอาหาร หรือภัตตาคารภายในที่พักในรัสเซียของท่านก็น่าสนใจนะคะ อาทิ อาหารจอร์เจียน อาหารอาร์เมเนียน และอาหารอัสซูเรียน (อาเซอร์ไบจัน) ที่โดดเด่นด้วยรสชาติเผ็ดร้อนแบบตะวันออก อาหารจานเด็ดของเขาได้แก่ เนื้อแกะ และ เนื้อปลาสเตอร์เจียน สำหรับอาหารแป้งประจำชาติของรัสเซียก็คือ แพนเค้ก แพนเค้กที่นี่เป็นได้ทั้งของคาวและของหวานเลย ถ้าเป็นของหวานจะมีเอกลักษณ์ตรงแป้งที่เหนียวนุ่มและมีไส้อยู่ข้างใน ซึ่งมีไส้ให้ท่านได้เลือกชิมอย่างหลากหลาย ส่วนอาหารที่แพงที่สุดของประเทศคือ คาเวียร์ หรือไข่ดำจากปลาสเตอร์เจี้ยน นิยมโปะหน้าแพนเค้ก

รายการช้อปปิ้ง
สถานที่ช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึกจากประเทศรัสเซียอยู่ที่ ถนนคนเดิน อารบัท สตรีท เช่น ตุ๊กตามาทรอชก้า หรือตุ๊กตาแม่ลูกดก แต่ถ้าต้องการสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของยุโรปยี่ห้อต่างๆ ต้องไปที่ห้างสรรพสินค้ากุม (GUM)

สถานที่ท่องเที่ยวรัสเซียที่น่าสนใจ

พระราชวังเครมลิน
มหาวิหารเซนต์บาซิล
จัตุรัสแดง
มหาวิหารเซ็นต์ซาเวียร์
ห้างสรรพสินค้ากุม (Gum)
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
พระราชวังฤดูร้อนปีโตรเดอร์วาเรส
พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจและพระราชวังฤดูหนาว
วิหารเซ็นไอแซค
โบสถ์แห่งหยดเลือด
โบสถ์คาซาน
อนุสาวรีย์พระเจ้าปีเตอร์มหาราช
ฯลฯ

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศไต้หวัน

ไต้หวัน ไม่ใช่แค่เกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่เท่านั้น แต่มีสิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง คือ วัฒนธรรมของคนไต้หวันเองที่ประกาศเต็มปากเต็มคำว่าพวกเขาเป็น “คนไต้หวัน” ไม่ใช่คนจีน พวกเขาพูดภาษาไต้หวัน (Taiwanese) ไม่ใช่ภาษาจีนกลาง(Mandarin)ของจีนแผ่นดินใหญ่ นับเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับหลายประเทศ รวมทั้งไทยเรา ที่กำลังถูกรุกรานด้วยวัฒนธรรมทางภาษาของคนชาติอื่น


ไต้หวัน ตั้งอยู่ระหว่างทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ ห่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ ประมาณ 160 ก.ม. (ตรงข้ามมณฑลฝูเจี้ยนของจีน) ประกอบด้วยเกาะหลักๆ ได้แก่ เกาะไต้หวัน หมู่เกาะเผิงหู (Penghu) จินเหมิน (Kinmen) และหมาจู่ (Matsu) และเกาะเล็กเกาะน้อยอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง

ข้อควรทราบก่อนเดินทาง
หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ” คำร้องขอวีซ่า ซึ่งกรอกอย่างสมบูรณ์เป็นภาษาอังกฤษ ” รูปสี ขนาด 1-1นิ้วครึ่ง หรือ 4 ซ.ม. X 4 ซ.ม. 2 รูป ” ในกรณี ธุรกิจ ต้องมีจดหมายเชิญจากหน่วยงานที่ติดต่อเพื่อประกอบการพิจารณา ” หลักฐานการทำงาน โดยระบุถึงวันที่เริ่มทำงาน เงินเดือน ตำแหน่ง ระยะเวลาที่ลางานได้ กรณีข้าราชการ และลูกจ้างของรัฐบาลไทย ควรมีใบอนุมัติการลาหยุดงานมาแทน ถ้าประกอบธุรกิจส่วนตัว ควรแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของกิจการ ในรายที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ต้องแสดงหลักฐานทางเศรษฐกิจของบิดา-มารดา ” หลักทรัพย์ ควรยื่นแสดงเอกสารทางการเงิน อาทิ สมุดบัญชีเงินประจำ บัญชีกระแสรายวันบัญชีออมทรัพย์ หรือ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ” หลักฐานอื่น ๆ ** ท่านสามารถใช้ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส และสูติบัตร เพื่อยืนยันความผูกพันทางครอบครัว หากท่านมีอาชีพ เป็นนายแพทย์ ทนายความ วิศวกร ท่านควรนำใบอนุญาตการประกอบอาชีพนั้น ๆ มาแสดง

การขอวีซ่า ท่องเที่ยว(Visitor Visa) ก่อน และยื่นขอ Resident Visa หลังจากได้เข้าประเทศ ต่อมาถือ Resident Visa เพื่อยื่นขอ บัตรถิ่นที่อยู่สำหรับคนต่างด้าวในไต้หวัน (Alien Resident Certificate) นักศึกษา:ที่ถือ วีซ่าสำหรับคนต่างด้าวพักอาศัยในไต้หวัน (Resident Visa) เข้าประเทศ ต้องเพื่อยื่นขอ บัตรถิ่นที่อยู่สำหรับคนต่างด้าวในไต้หวัน (Alien Resident Certificate) ภายใน 15 วันหลังจากเข้าประเทศ ก่อนยื่นขอ A R C จำเป็นต้องลงทะเบียนที่มหาวิทยาลัยของตนเอง เพื่อได้รับบัตรนักศึกษา หรือเอกสารรับรองว่าศึกษาที่มหาวิทยาลัยของตนเอง

การเดินทาง:เป็นการเดินทางที่ทันสมัยและรวดเร็วที่สุดในไทเป มีทั้งหมด 6 สาย ให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 น.-23.00 น. สถานีรถไฟฟ้าทั้ง 6 สาย ได้แก่ สายไทเป-มู่จ้า, สายไทเป-ต้านสุ่ย, สายไทเป-ซินเตี้ยน, สายไทเป-จงเหอ, สายไทเป–ป่านเฉียวถู่เฉินหนานกั่ง และสายไทเป–เสี่ยวหนานเหมิน ซึ่งการใช้บริการรถไฟฟ้าจะต้องซื้อบัตรผ่านที่เครื่องขายบัตรอัตโนมัติซึ่งมีอยู่ทุกสถานี หรือเพื่อความสะดวกในการใช้บริการ ท่านสามารถซื้อการ์ดโยวโหยวข่า (Easy Card) โดยท่านสามารถซื้อการ์ดนี้และเติมเงินได้ที่สถานีรถไฟฟ้าทุกสถานีหรือที่ร้านสะดวกซื้อ ค่าบริการรถไฟฟ้าขั้นต่ำ 20 ดอลลาร์ไต้หวัน และ 25 ดอลลาร์ไต้หวัน ขึ้นอยู่กับเส้นทาง

สภาพภูมิอากาศ
เกาะไต้หวันตั้งอยู่ระหว่างเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน จึงมีลักษณะภุมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เนื่องจากถูกล้อมรอบด้วยทะเลจึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ทำให้ที่นี่อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 22 องศาเซลเซียสต่อปี (ไม่รวมพื้นที่ๆ อยู่บนยอดเขาสูง) อาจจะมีหิมะในพื้นที่ๆ อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,000 เมตรขึ้นไป มีฝนตกชุกและมีพายุพัดผ่านบ่อยครั้ง

เวลา
เวลาในประเทศไต้หวัน เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ภาษา
ใช้ภาษา จีนกลาง (Mandarin) เป็นภาษาราชการ ฮกเกี้ยน (หมิ่นหนาน) เป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้ทั่วไปคู่กับจีนกลาง ข้าราชการระดับสูงทั่วไปสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้

เงินตรา
ใช้สกุลเงิน เหรียญไต้หวัน (New Taiwan Dollar : NTD) 35.06 NTD = 1 USD หรือ 1 เหรียญไต้หวัน = 1.2168 บาท
เงินตรา ใช้สกุลเงิน นิวดอลลาร์ไต้หวัน (NTD)
ระบบไฟฟ้า
ไต้หวันใช้กระแสไฟฟ้า แบบ 110 V. 60 Hz (ไม่เหมือนประเทศไทย) ปลั๊กเสียบเป็นแบบ ขาแบน 2 ขา ฉะนั้นท่านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น กล้องวิดิโอ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องเป่าผม ควรมีปลั๊กแบบใช้ได้ทั่วโลก (Universal Adaptor) ติดตัวไปด้วย เพื่อความสะดวกของท่านกรุณาเตรียม ฟิล์มถ่ายรูป, แบตเตอร์รี่ ไปให้เพียงพอจากประเทศไทย

ตัวอย่างปลั๊กไฟในไต้หวัน

ตัวอย่างปลั๊กไฟในไต้หวัน

ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป
ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

การใช้โทรศัพท์
โทรศัพท์ทางใกลจากไต้หวัน : รหัสโทรทางไกล (002 หรือ 009) + รหัสประเทศ (รหัสประเทศไทย 66) + รหัส พื้นที่ (เลข 0 ข้างหน้าเอาออก) + เบอร์โทรศัพท์

โทรศัพท์ถึงไต้หวันจากต่างประเทศ : รหัสโทรทางไกล+ 886 + รหัส พื้นที่ (เลข 0 ข้างหน้าเอาออก) + เบอร์โทรศัพท์

การให้ทิป
การให้ทิปในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง

อาหารการกิน
อาหารแบบพื้นเมือง
เครื่องปรุงมักจะได้มาจากธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารป่า ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์ และ ความสดของส่วนประกอบ ยกตัวอย่าง อาหารพื้นเมือง ก็จะมีพวก เนื้อหมูป่าย่าง นกเสียบไม้ย่าง ผักสมุนไพรจากป่านำมาทอด เหล้าหมักข้าวฟ่าง

ประเพณีการรับประทานอาหารแบบพื้นเมืองนี้ คนไต้หวันถือว่าเป็นการรักษาไว้ซึ่งจิตวิญญาณ และวัฒนธรรมของไต้หวัน

ตัวอย่างเมนูอาหารแบบพื้นเมือง เช่น ลูกท้อ, ชา, แป้งห่อเนื้อหมูทอด, ไก่งวง, ดอกบัว, ก๋วยเตี๋ยวปลาไหลทอด, ปลาโอ

เมนูอาหารทั่วๆ ไป เช่น ซุปปลาหมึก, ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก, ไก๋ตุ๋นน้ำมันงา, บะหมี่เนื้อตุ๋น, อาหารแบบหม้อซุปร้อนรสจัด และ อาหารแบบฮากกาหรืออาหารของจีนแคะ ซึ่งจะประกอบไปด้วย ไส้กรอกหมูเปรี้ยว ทอดกับขิงคลุกให้เข้ากัน และแป้งห่อข้าวเหนียวกับขิง ทอดแป้งจนมีสีน้ำตาลแดง

รายการช้อปปิ้ง

โปสการ์ด 3 มิติ ที่ใช้ประกอบเป็นโมเดลแบบต่างๆ
ขนมต่างๆ เช่น พายสับปะรด หรือ เค้กสับปะรด, โมจิแบบต่างๆ, ไข่เหล็ก (Iron Egg), บ๊วยเค็มหลากชนิด เป็นต้น
ใบชาต่างๆ ที่นิยมซื้อกันจะเป็นชาอู่หลง ชาจีน และชากลิ่นมะลิ
กล้อง วิทยุ หูฟัง และอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคต่างๆ
เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย
สินค้าประเภทอุปกรณ์กีฬา
ฯลฯ

สถานที่ท่องเที่ยวไต้หวันที่น่าสนใจ

ตึกไทเป 101
พิพิธภัณฑ์กู้กง
อนุสรณ์วีรชน จงเลี่ยฉือ
อนุสาวรีย์ เจียงไคเช็ก
ย่านซีเหมินติง
ตลาดไนท์ มาร์เก็ตซื่อหลิน
อาหลี่ซาน
ทะเลสาบสุริยันจันทรา
อุทยานเย่หลิว
อุทยานทาโรโกะ

เทศกาลสำคัญ

เทศกาลตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของจีน : เทศกาลนี้นับเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ถือเคล็ดกันว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ควรจะเป็นของใหม่ทั้งหมด เพื่อนำพาโชคลาภ และต้อนรับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต ชาวจีนจะทำความสะอาดบ้านเรือน และตกแต่งบ้านให้สวยงาม ด้วยผลไม้และสิ่งของที่เป็นศิริมงคล และแปะกระดาษแดงเขียนตัวอักษรจีน ที่หมายถึงความสุข ความเจริญรุ่งเรืองและชีวิตที่ยืนยาว เอาไว้บนผนัง เพื่อความเป็นสิริมงคล ทุกคนจะตัดผม และสวมเสื้อผ้าใหม่ หากมีหนี้สินก็จะชำระให้หมด ส่วนเจ้านายก็จะจ่ายโบนัสพิเศษให้กับลูกน้อง ผู้คนจะซื้อของขวัญ เพื่อไปเยี่ยมเยียนญาติมิตร
เทศกาลโคมไฟไต้หวัน : เทศกาลโคมไฟ หรือว่า วันหยวนเซียว (元宵節) คือวันที่ 15 ของเดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ หรือที่เรียกกันว่า ชูสืออู่ นั่นเอง คำว่า 元หยวน มีความหมายว่า แรก ส่วน宵เซียว แปลว่า กลางคืน จึงใช้เรียกคืนที่พระจันทร์เต็มดวงครั้งแรกในรอบปีหลังผ่านพ้นตรุษจีน คล้ายกับเป็นวันตบท้ายเทศกาลตรุษจีนแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ซึ่งในปีนี้ ตรงกับวันที่ 12 ก.พ. 2549 สำหรับคืนสำคัญนี้ มีประเพณีว่า ชาวจีนจะต้องรับประทานบัวลอยกันในครอบครัวและออกไปชมโคมไฟที่จะนำมาประดับประดากันอย่างสวยงาม ดังนั้น จึงมีการเรียกเทศกาลนี้อีกอย่างว่า เทศกาลโคมไฟ (燈節)
เทศกาลไหว้ขนมจ้าง : วันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏทินของจีน ชาวจีนเรียกว่า “ตวนหวู่เจ๋” 「端午節」เป็นเทศกาลสำคัญหนึ่งในสามของชาวจีน อีกสองเทศกาลได้แก่ ตรุษจีนและไหว้พระจันทร์ เป็นเทศาลที่ไหว้เจ้าด้วยขนมจ้าง ขนมจ้างนี้ คนจีนเรียกว่า “โจ้งจื่อ” 「粽子」แม่บ้านที่มีฝีมือจะลงมือทำขนมจ้างเอง เรียกว่า “เปาโจ้งจื่อ” 「包粽子」
เทศกาลไหว้พระจันทร์ : สำหรับในไต้หวัน ในคืนไหว้พระจันทร์ สมาชิกทุกคนในครอบครัว จะกลับมาบ้านพร้อมหน้าพร้อมตากัน แล้วก่อไฟตั้งวงที่ดาดฟ้าหรือหน้าบ้าน ย่างเนื้อ พืชผักทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ดังนั้นในวันนี้ ไม่ว่าจะในตลาดสด ซุปเปอร์มาเก็ต ห้างสรรพสินค้าหรือห้างขายส่งขนาดใหญ่ จะมีลูกค้าไปอุดหนุนอย่างเนืองแน่น เพื่อซื้อหาอาหารนำไปย่างทานกัน

เทศกาลสำคัญของไต้หวัน

โทรศัพท์ทางใกลจากไต้หวัน
รหัสโทรทางใกล (002 หรือ 009) + รหัสประเทศ?รหัสประเทศไทย 66? + รหัส พื้นที่ (เลข 0 ข้างหน้าเอาออก ) + เบอร์โทรศัพท์

โทรศัพท์ถึงไต้หวันจากต่างประเทศ?
รหัสโทรทางใกล+ 886 + รหัส พื้นที่ (เลข 0 ข้างหน้าเอาออก ) + เบอร์โทรศัพท์
หากซื้อซิมโทรกลับเมืองไทย ด้านหลังบัตรจะมีวิธีกดรหัสเพื่อโทรกลับเมืองไทย นาทีละ 2.20nt โดยประมาณ

วิธีการกด เช่น ซิม จงหัวเตี้ยนซิ้น
สมมุติ เบอร์ผมที่เมืองไทย 0891538313 ตัดศูนย์ออก
019 668 91538313 โทรออก
สำหรับคนไทย ฟิลิปปินส์ เวียตนาม อินเดียและอินโดนีเซีย ที่มีวีซ่าเข้า อเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และกลุ่มสหภาพยุโรป สามารถไปเที่ยวไต้หวันได้โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่า
สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป
ประจำประเทศไทย
ประกาศ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
มาเพิ่มให้ครับสำหรับ วันหยุดราชการและเทศกาล ของไต้หวัน

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศออสเตรเลีย

ออสเตรเลีย มีชื่อประเทศอย่างเป็นทางการว่า “เครือรัฐออสเตรเลีย” (Commonwealth Australia) ออสเตรเลียเคยเป็นประเทศอาณานิคม ของอังกฤษมาก่อน ปัจจุบันออสเตรเลียเป็นประเทศในจักรภพ ที่ตั้ง ประเทศอยู่บนเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก และในขณะเดียวกันออสเตรเลีย ก็เป็นทวีปทีเล็กที่สุดในโลกด้วยออสเตรเลียเป็นประเทศ”ใหม่”แม้จะ มีประวัติความเป็นมาในการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่ไม่ยาวนาน ไม่มี ร่องรอยอารยธรรมโบราณที่เป็นรากเหง้าของอารยธรรมโลก แต่ ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง มีธรรมชาติสวยงาม หลากหลาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปเยือน มีเสน่ห์อย่างยิ่งด้วยความ มีน้ำใจและความเป็นกันเองของคนออสเตรเลียกับความสวยบริสุทธิ์ของ ธรรมชาติ


สภาพภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศของออสเตรเลียแตกต่างกันในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไป จะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ทัสมาเนียประมาณ 0-12 องศาเซลเซียส และร้อนสุดที่มณฑลตอนเหนือประมาณ 33-34 องศาเซลเซียส
ฤดูใบไม้ผลิ กันยายน-พฤศจิกายน อากาศดี ดอกไม้บานสวยงาม
ฤดูร้อน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ อากาศร้อนและแห้งแล้ง บางแห่งร้อนจัดและอาจมีไฟป่า
ฤดูใบไม้ร่วง มีนาคม-พฤษภาคม อากาศเริ่มเย็นลง ตามเมืองชายฝั่งทางตอนใต้และเมืองในเขตป่า ฝนจะตกชุก บางแห่งอาจมีน้ำท่วม
ฤดูหนาว มิถุนายน-สิงหาคม อากาศเย็นจัดมีหิมะตกบนเขตภูเขาสูงโดยทั่วไป

การขอวีซ่า

วีซ่านักเรียน
วีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว

เวลา
ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้าง จึงมีความแตกต่าง ของเวลาตามมาตรฐานกรีนิช (Greenwich Mean Time, GMT) โดยจัดแบ่ง ออกเป็น 3 โซน ดังนี้

Eastern Standard Time-EST เร็วกว่าเวลา GMT 10 ชั่วโมงและเร็วกว่า ประเทศไทย 3 ชั่วโมง ใช้ในรัฐ New South Wales, Victoria, Tasmania, Queensland และ Canberra
Central Standard Time-CST เร็วกว่าเวลา GMT 9.5 ชั่วโมงและเร็วกว่า ประเทศไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง ใช้ในรัฐ South Australia และเขตปกครอง Northern Territory
Western Standard Time-WST เร็วกว่าเวลา GMT 8 ชั่งโมงและเร็วกว่า ประเทศไทย 1 ชั่วโมง ใช้ในรัฐ Western Australia
Daylight Saving – ในช่วงฤดูร้อน ประเทศออสเตรเลียจะมีเวลาในช่วง กลางวันยาวนานกว่าในช่วงกลางคืน ดังนั้น ในรัฐ Victoria, New South Wales, South Australia และ Tasmania จึงมีการปรับเวลาให้ เร็วขึ้นจากเดิมอีก 1 ชั่วโมง ในช่วงเดือนตุลาคมจนถึงมีนาคม

ภาษา
ในออสเตรเลียใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ

เงินตรา
ออสเตรเลียใช้สกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) โดย 1 ดอลลาร์ออสเตรเลียจะมีค่าเท่ากับ 100 เซ็นต์ และมีการแบ่งค่าของเงินดังนี้ คือ ค่าของธนบัตรมีแบบใบละ 5, 20, 50 และ 100 ดอลลาร์ ส่วนเหรียญที่ใช้ จะมี 2 แบบคือเหรียญทอง จะมีเหรียญละ 1 ดอลลาร์ และ 2 ดอลลาร์ ส่วนเหรียญเงินจะมีแบบเหรียญละ 5, 10, 20 และ 50เซ็นต์ ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนกับเงินบาทไทยอยู่ที่ประมาณ 30 AUD ต่อ 1 บาท

ออสเตรเลียใช้สกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD)ระบบไฟฟ้า
ใช้กระแสไฟฟ้า 240-250 V, AC 50 Hz เหมือนประเทศไทย แต่ใช้ปลั๊ก แบบ 3 ขาถ้าจะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจากเมืองไทย เช่น วิทยุ ต้องใช้ Adapter ซึ่งหาซื้อได้ทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย

ตัวอย่างปลั๊กไฟและตัวแปลงที่ใช้กับปลั๊กไฟในออสเตรเลีย

ตัวอย่างปลั๊กไฟและตัวแปลงที่ใช้กับปลั๊กไฟในออสเตรเลีย

ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป
ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

การใช้โทรศัพท์
ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีการจัดการระบบโทรคมนาคมค่อนข้างซับซ้อน แต่โทรศัพท์สาธารณะที่สามารถโทรออกต่างประเทศนั้นสามารถหาได้ใช้ได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นที่ทำการไปรษณีย์, ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ, โรงเรียน, มหาวิทยาลัย, สถานีรถไฟหรือตามท้องถนนต่างๆ โดยมีทั้งแบบหยอดเหรียญ บัตรโทรศัพท์ และบัตรเครดิต การหาซื้อบัตรโทรศัพท์นั้นสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป (Milk Bar) 7eleven ร้านขายอุปกรณ์สื่อสาร และร้านค้าของคนจีนในย่าน China Town ส่วนอัตราค่าโทรศัพท์ ในพื้นที่เดียวกันจะเริ่มต้นที่ 40 เซ็นต์ ส่วนอัตราค่าโทรศัพท์ทางไกลไปต่างประเทศนั้นจะมีหลายราคา ตั้งแต่ 80 เซ็นต์ต่อนาที ไปจนถึงประมาณ AUD$ 2.5 ต่อนาที ขึ้นอยู่กับประเทศที่โทรไป

รหัสทางไกลระหว่างประเทศของออสเตรเลียคือ 61 ถ้าจะโทรทางไกลจากออสเตรเลียมาไทยให้กด 0011 ตามด้วย 66 และกดหมายเลขโทรศัพท์ของสถานที่ที่ต้องการ

การให้ทิป
การให้ทิปในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง
โดยเฉลี่ยค่าทิปสำหรับคนขับรถและไกด์ท้องถิ่น 3 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 100 บาทต่อท่าน ต่อวัน

อาหารการกิน
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรม การกินของชาวออสเตรเลียนอย่างแท้จริง แนะนำให้ไปลองชิม อาหารพื้นเมืองออสเตรเลียขนานแท้ ได้แก่ Shepherd Pie หรือจะเป็นอาหารจานโปรดของชาวออสซี่ เช่น Vegemite ถ้าเอ่ยถึงของหวานก็จะเป็น Lamington หรือ Lemmington ขนมหวานออสเตรเลียนที่ใครได้ลองเป็นต้องติดใจไปทุกราย ซึ่งนิยมทานกับน้ำชาหรือกาแฟยามบ่าย ทั้งหมดนี้ ท่านสามารถลิ้มลองได้จากร้านอาหารของโรงแรมในออสเตรเลีย ที่ท่านไปพัก นอกจากนี้ ในออสเตรเลียยังมีภัตตาคาร และร้านอาหารไทยอยู่มากมายตามเมืองต่างๆ เพราะมีชาวไทยไปเรียน และไปทำงานกันมาก

รายการช้อปปิ้ง
สินค้าพื้นเมืองหัตถกรรม เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ไม้แกะสลัก ครีมรกแกะ และอื่น ๆ อีกมากมาย

สถานที่ท่องเที่ยวออสเตรเลียที่น่าสนใจ

ฮาร์เบอร์บริดจ์ (Harbour Bridge)
เทือกเขาสีน้ำเงิน (Blue Mountains)
สนามกีฬาโอลิมปิก (Homebush Bay/Sydney Olympic Stadium)
กรุงแคนเบอร์ร่า (Canberra)
ทะเลสาบกริฟฟิน (Lake Burley Griffin)
อนุสรณ์สถานทหารแห่งออสเตรเลีย (Australian War Memorial)
พิพิธภัณฑ์เมลเบิร์น (Melbourne Museum)
บ้านกัปตันคุก (Captain Cook’ s Cottage)
คิงส์ปาร์ก (Kings Park)
ลอนดอนคอร์ต (London Court)
ฯลฯ

เทศกาลสำคัญ

Perth Royal Show Perth Royal Show งานนี้มีขึ้นทุกปีช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมปีละครั้ง ค่าผ่านประตูก็ 20เหรียญ ประมาณ 600 บาท ในงานก็จะมีของเล่นต่างๆสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ มีสัตว์มาโชว์ด้วย มีของขาย แล้วก็มีการแสดงต่างๆ งานจัดแสดงด้านเกษตรกรรมของออสเตรเลียเป็นงานที่ห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีความบันเทิงมากมาย รวมทั้งการแข่งขันของสุนัขเลี้ยงแกะ การกระโดดข้ามรถเสี่ยงตาย การแข่งขันของสุกร คนเดินบนไม้ต่อขา ดอกไม้ไฟ การแสดงทำอาหาร พาเหรดปศุสัตว์ เครื่องเล่นหลายรายการ และอื่น ๆ
Artrage อาร์ทเรจ (Artrage) – เทศกาลศิลปะร่วมสมัยและวัฒนธรรมท้องถิ่นนี้ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนตุลาคมรอบเขตชานเมืองนอร์ธบริดจ์ โดยเป็นการเฉลิมฉลองศิลปินผู้มีพรสวรรค์หน้าใหม่ ๆ ของเวสเทิร์นออสเตรเลีย เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน พร้อมกับแขกรับเชิญจากต่างรัฐและต่างประเทศ
Gay Pride March พาเหรดเกย์ไพรด์ (Gay Pride March) – พาเหรดนี้อยู่ในปฏิทินงานต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1990 โดยเป็นการเดินขบวนที่มีสีสันในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของเทศกาล Pride ในเดือนตุลาคม ทั้งนี้ การเดินขบวนเริ่มต้นจากแยกถนน บริสเบน (Brisbane St) และถนนวิลเลี่ยม (William St.) ทางตอนเหนือของนอร์ธบริดจ์
Fremantle Festival & Street Arts Festival เทศกาลฟรีแมนเทิล & เทศกาลการแสดงตามท้องถนน (Fremantle Festival & Street Arts Festival) – เทศกาลฟรีแมนเทิลถูกจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน เพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยสีสันของเมืองนี้ ในขณะที่เทศกาลการแสดงตามท้องถนนอีสเตอร์ ดึงดูดผู้ชมได้ถึง 100,000 กว่าคน ที่มาชมการแสดงของเหล่านักแสดงที่มีฝีมือที่สุดในโลก
Perth International Arts Festival เทศกาลศิลปะนานาชาติเพิร์ท (Perth International Arts Festival)– จัดขึ้น ในเดือนพฤศจิกายนโดยงานนี้เป็นเทศกาลศิลปะนานาชาติที่เก่าแก่ทีสุดของออสเตรเลีย ซึ่งมุ่งจะนำศิลปะเข้ามาผสมผสานในชีวิตประจำวันของทุกคน ไม่ใช่แต่เพียงผู้ชื่นชอบศิลปะ ยังครอบคลุมดนตรี ละคร ภาพยนตร์ นาฏศิลป์ ทัศนศิลป์ และวรรณกรรม
Australian Open ในเดือนมกราคม ศูนย์เทนนิสแห่งชาติ (National Tennis Centre) ของเมลเบิร์นจะจัดการแข่งขันเทนนิสแกรนด์แสลมของออสเตรเลีย ซึ่งดึงดูดนักเล่นเทนนิสที่ติดอันดับโลกหลายคน และเป็นโอกาสให้ผู้เข้าชมการแข่งขันระบายสีบนใบหน้าตามสีของธงชาติในการเชียร์ผู้เล่นของประเทศตน
Antipodes Festival ในเดือนมีนาคม ย่านชุมชนชาวกรีกบนถนนลอนสเดล (Lonsdale St) ซึ่งอยู่ระหว่างถนนสวอนสตันและถนนรัสเซล จะเฉลิมฉลองด้วยภาพยนตร์ ดนตรี และทัศนศิลป์ ตบท้ายด้วยการเฉลิมฉลองตามท้องถนนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ใกล้วันที่ 25 มีนาคมมากที่สุด
International Comedy Festival เป็นหนึ่งในสามเทศกาลการแสดงตลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยรวบรวมไว้ซึ่งนักแสดงตลกที่มีฝีมือที่สุดของออสเตรเลีย และนักแสดงมือหนึ่งของโลกบางราย เทศกาลนี้จัดขึ้นที่หลายสถานที่ทั่วเมืองตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน
Melbourne International Film Festival เทศกาลนี้นำเสนอภาพยนตร์ของนานาชาติและท้องถิ่นที่ดีที่สุดบางเรื่อง โดยจัดขึ้นเป็นระยะเวลาสองสัปดาห์ในเดือนกรกฎาคมที่โรงภาพยนตร์หลายแห่งทั่วเมือง ซึ่งนอกจากจะได้เชิญแขกผู้ทรงเกียรติหลายท่านแล้ว ยังมีการจัดฟอรั่มต่าง ๆ และชมรมเฟสติวัล ซึ่งเป็นชมรมที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลังการฉายภาพยนตร์ด้วย
Royal Melbourne Show คนจากทั่วประเทศหลั่งไหลมาที่เมลเบิร์นเพื่อเข้าชมงานจัดแสดงด้านเกษตรกรรมที่ยิ่งใหญ่และได้รับความนิยมอย่างสูงนี้ ซึ่งจัดขึ้นที่เขตเฟลมมิงตั้น (Flemington) ในเดือนกันยายน โดยมีการแสดงของสุนัข การล้อมจับปศุสัตว์ การขี่ม้าข้ามสิ่งกีดขวาง เครื่องเล่น และอื่น ๆ อีกมากมาย
Hot Air Ballooning Festival จัดขึ้นช่วงเดือนเมษายน

เทศกาลสำคัญของออสเตรเลีย

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย

มาเลเซีย เป็นแหล่งรวมของวัฒนธรรมอันหลากหลาย ทั้งมาเลย์ จีน อินเดีย และ ไทย รวมทั้งอีกหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัวคุณ จะได้สัมผัสกับความตื่นตาตื่นใจ เพลิดเพลินไปกับทุกแง่มุมและทุกรสชาติของความเป็นเอเชีย ณ ที่นี่ที่เดียว คุณจะได้สัมผัสกับไออุ่นของชนชาติมาเลเซียต้องที่นี่..มาเลเซีย


ประเทศมาเลเซีย หรือ เรียกชื่อทางการว่า สหพันธ์รัฐมาเลเซีย ตั้งอยู่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่ประเทศส่วนหนึ่งอยู่บนแหลมมาลายู และ พื้นที่อีกส่วนหนึ่งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย มีพรมแดนประเทศติดกับประเทศอินโดนีเซียและทางทะเลติดกับทะเลจีนใต้ทางตอนใต้ของเวียดนาม ทางทิศเหนือจดกับประเทศไทย
การขอวีซ่า: โดยปกติแล้ว คนไทยที่จะเดินทางไปประเทศมาเลเซีย สามารถอยู่ในมาเลเซียได้นาน 30 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่าค่ะ แต่หากประสงค์ที่จะอยู่นานกว่านั้น ท่านจะต้องมีวีซ่า ซึ่งท่านสามารถติดต่อขอรับวีซ่า ได้ที่สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย หรือ สถานกงสุลใหญ่มาเลเซีย จังหวัดสงขลา

การเดินทาง:นอกจากสายการบินภายในประเทศ ระหว่างเมืองใหญ่ต่างๆแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางในประเทศโดยระบบขนส่งมวลชน ซึ่งส่วนใหญ่การให้บริการการคมนาคมมีศูนย์กลางอยู่ที่สถานี KL Sentral สถานีขนส่ง

สภาพภูมิอากาศ
มาเลเซียตั้ง อยู่ในเขตภูมิอากาศภาคพื้นสมุทร อากาศร้อนชื้นและฝนตกชุก อยู่ภายใต้อิทธิพลของกระแสลมจากมหาสมุทรอินเดียและทะเลจีนใต้ ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งทำให้เกิดฝนในเขตชายฝั่งตะวันออกของคาบ สมุทรมาเลเซียชาย ฝั่งรัฐซาบาห์และซาราวัค ระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน เป็นช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ อุณหภูมิประจำวันโดยเฉลี่ยแตกต่างกันระหว่าง 21-32 องศาเซลเซียส และบริเวณที่สูงมีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 26-29 องศาเซลเซียส ความชื้นประมาณร้อยละ 80 จำนวนน้ำฝนวัดได้ต่อปีอยู่ระหว่าง 2,032 ถึง 2,540 มิลลิเมตร

เวลา
เวลาในประเทศมาเลเซีย เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ภาษา
มาเลเซียมีภาษามาเลย์เป็นภาษาประจำชาติ แต่ชาวมาเลย์สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการพูดกันอย่างแพร่หลาย

เงินตรา
มาเลเซียมีหน่วยเงินตราเป็น ริงกิตมาเลเซีย (รหัสเงินตรา MYR) โดยอัตราแลกเปลี่ยน 1 ริงกิตมาเลเซีย ประมาณ 10.31 บาทไทย (ข้อมูลจาก ธนาคารกรุงเทพ ณ วันที่ 7 กันยายน 2553)

มาเลเซียมีหน่วยเงินตราเป็น ริงกิตมาเลเซีย

ระบบไฟฟ้า
ประเทศมาเลเซียมีระบบไฟฟ้าเป็นแบบ 240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิร์ซ และใช้ปลั๊กไฟแบบสามขาแบน ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวประสงค์จะนำอุปกรณ์ไฟฟ้าไปใช้ที่มาเลเซีย ควรพก Adapter ไปด้วย

ตัวอย่างปลั๊กไฟและตัวแปลงที่ใช้กับปลั๊กไฟในมาเลเซีย

ตัวอย่างปลั๊กไฟและตัวแปลงที่ใช้กับปลั๊กไฟในมาเลเซีย

ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป
ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

การใช้โทรศัพท์
โทรศัพท์ต่างประเทศ : ท่านสามารถใช้โทรศัพท์ทางไกลอัตโนมัติผ่านระบบคอมพิวเตอร์เมื่อโทรสายตรงออกจากประเทศมาเลเซีย รหัส 60 และสิงคโปร์ รหัส 65 ให้กดรหัสโทรออกต่างประเทศ 001, 002 หรือ 008 ก่อนตามด้วยรหัสประเทศ, รหัสพื้นที่ และหมายเลยโทรศัพท์ปลายทาง เช่น 001-662-9334180 (กรุงเทพฯ)

การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ : ท่านสามารถขอรายละเอียดการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละระบบการสื่อสารได้ ที่เจ้าหน้าที่ผู้ให้ บริการแต่ละเครือข่าย ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งอาจจะต้องเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ก่อนนำไปใช้งานที่ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยต้องเตรียมพาสปอร์ตและตั๋วเครื่องบินตัวจริงประกอบการขอใช้บริการ

การให้ทิป
การให้ทิปในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง

อาหารการกิน
อาหารมาเลเซีย มีลักษณะเด่นอยู่ที่การใช้สมุนไพร เครื่องเทศ พริก มีรสเผ็ด และมักจะใช้ผงกะหรี่ คนในปีนังไม่ว่าจะเป็นคนอินเดีย คนจีนหรือคนมาเลเซียเองชอบทานอาหารที่มีผงกะหรี่และไม่มีใครปฏิเสธอาหารที่มีผงกะหรี่ สมุนไพรที่นำมาประกอบอาหารนอกจากสมุนไพรท้องถิ่นซึ่งมีอยู่มากมาย บางครั้งยังมีการรวมสมุนไพรหลายชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อให้มีกลิ่นหอม มักใช้ในการผัดข้าว อาหารมาเลเซียส่วนใหญ่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นอาหารมุสลิม เพราะไม่ใช้เนื้อหมู และไม่ใส่ไวน์ เนื้อสัตว์ที่นิยมรับประทานกันจึงเป็น เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อแพะ เนื้อแกะ และ อาหารทะเล และภูมิภาคของมาเลเซีย

อาหารจะมีลักษณะเฉพาะต่างกัน ในปีนังจะใช้ผงกะหรี่ในการประกอบอาหารมาก เพราะคนส่วนใหญ่ชอบผงกะหรี่ ขณะที่ทางตอนใต้ของประเทศจะนิยมใช้กะทิ คล้ายกับอาหารไทย โดยจะใช้กะทิกับอาหารเกือบทุกอย่าง ข้าว เป็นอาหารจานหลักในทุกมื้อของอาหารมาเลเซียเหมือนอาหารไทย ต่างกับอาหารยุโรปที่บางมื้อเป็นขนมปัง บางมื้อเป็นเนื้อ หลายคนเห็นหน้าตาอาหารมาเลเซียคล้ายกับอาหารอินเดีย แต่ อาหารอินเดียจะใช้กะทิเป็นส่วนผสมน้อยมาก ในอาหารมาเลเซียยังมีเครื่องจิ้มคล้ายน้ำพริกกะปิ เรียกว่า ซัมบัล (Sambal) ทำจากพริกป่น หัวหอมและน้ำมะขาม เป็นส่วนหนึ่งของสำรับอาหารของชาวมาเลเซีย นอกจากนี้ยังนิยมใช้ กะปิ ในการปรุงอาหารแทบทุกชนิดไม่ว่าจะผัดหรือแกง ลองมาดูสูตรอาหารมาเลเซีย

รายการช้อปปิ้ง
มาเลเซีย ถือว่าเป็นแหล่ง ช็อปปิ้ง ที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีร้านค้า และ ช็อปปิ้งเซนเตอร์ ที่มีอยู่ทั่วประเทศก็ว่าได้ สินค้าที่สำคัญไม่ว่า จะเป็นเสื้อผ้า เซรามิด รองเท้า เครื่องสำอางกระเป๋า และ เครื่องใช้ไฟฟ้า จากวัตถุโบราณ จนถึง เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ทันสมัย รวมทั้งเป็นแหล่งรวมของดีไซน์เนอร์ที่มีชื่อเสียง และ แหล่งรวมแฟชั่นที่ยอดนิยม ซึ่งมีทุกยี่ห้อ จากทั่วทุกมุมโลก บริเวณยามค่ำคืน ท่านสามารถตื่นตาตื่นใจ กับ แสง สี และ เสียง บริเวณ สองข้างถนน ท่านจะพบกับ ตลาดจำหน่ายสินค้าราคาถูก หรือ Night Market ได้ ตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศ มาเลเซีย ท่านจะเพลินเพลินกับ สินค้าราคาพิเศษ และ อาหารการกิน ที่ถูกปาก ถูกใจของเรา ก็ว่าได้

สถานที่ท่องเที่ยวมาเลเซียที่น่าสนใจ

หอสูงฝาแฝดเปโทรนัส
อาคารสุลต่านอับดุลซามัค (Sultan Abdul Samad Building)
จัตุรัสเมอร์เดก้า (Merdeka Square)
ถ้ำบาตู (Batu Cave)
Central Market
เมืองใหม่ ปุตราจายา (Putrajaya)
มัสยิด สีชมพู (Masjid Putra)
เกาะลังกาวี (Langkawi Island)
เกาะปีนัง (Penang)
โบสถ์คริสต์ ในมะละกา
ฯลฯ

เทศกาลที่น่าสนใจ
วันฮารี รายา อะดิล ฟิสตรี เป็นวันฉลองหลังเดือนถือศีลอด (รอมฎอน) ของชาวมุสลิม มีการต้อนรับเทศกาลด้วยการสวดมนต์ในสุเหร่า และอวยพรกันที่บ้านในกลุ่มเครือญาติและเพื่อน

วันตรุษจีน วันขึ้นปีใหม่จีนที่จะตรงกับช่วงปลายเดือนมกราคม ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ฉลองด้วยการ

กินเลี้ยง การเชิดสิงโตเพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้าย และเป็นสิริมงคล มีการแจกของขวัญและอั่งเปาให้แก่กัน ชาวจีนในมาเลเซียฉลองตรุษจีนด้วยการกินเลี้ยงระหว่างครอบครัวและมิตรสหาย หลังเซ่นสรวงบูชาเทพเจ้าที่นับถือและเซ่นไหว้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษ

เทศกาลดอกไม้ จัดในเดือนกรกฎาคม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์จะมีขบวนแห่รถบุปผชาติ ตามสวนสาธารณะต่างๆ จะมีงานแสดงดอกไม้ ส่วนบรรดาอาคาร ศูนย์การค้า และโรงแรมนั้นต่างประดับตกแต่งสถานที่ด้วยดอกไม้สดอย่างงดงาม

วันชาติ ในวันที่ 31 สิงหาคม จะมีงานอันยิ่งใหญ่ทั่วประเทศ ทั้งขบวนพาเหรดและการแสดงต่างๆ มีการประดับประดาดวงไฟตามสถานที่สำคัญ ในวันนี้ กรุงกัวลาลัมเปอร์จะพราวพร่างด้วยแสงไฟระยิบระยับ

เดือนกันยายน เป็นเดือนแห่งเทศกาลวัฒนธรรม อาหาร และศิลปหัตถกรรม ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร รวมทั้งศูนย์การค้า ต่างพร้อมใจจัดแสดงงานศิลปะพื้นเมืองจากทุกรัฐในมาเลเซีย นอกจากนี้ยังมีการแสดงด้านวัฒนธรรม และการออกร้านอาหารทุกเชื้อชาติของมาเลเซีย

เดือนตุลาคม คือมหกรรมช้อปปิ้งของมาเลเซีย บรรดาห้างร้านทั่วประเทศโดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง กัวลาลัมเปอร์ ยะโฮร์บาห์รู หรือปีนัง จะลดราคาสินค้ากันเต็มที่เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายกันอย่างสนุก

เทศกาลทีปวาลี (Deepavali) มีขึ้นในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ชาวมาเลเซียเชื้อสายอินเดียฉลองด้วยการจุดประทีปโคมไฟของศาสนาฮินดู เพื่อประกาศชัยชนะเหนือความชั่วร้าย ตามบ้านเรือนของชาวฮินดูเหล่านี้จะประดับไฟสวยงาม

เทศกาลคริสต์มาส เป็นวันพิเศษสำหรับชาวคริสต์ในมาเลเซีย ซึ่งจะจัดอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้เมืองใหญ่อื่นๆ

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศลาว

ลาว หรือชื่ออย่างเป็นทางการ คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 236,800 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีพรมแดนติดจีนและพม่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ติดต่อกับเวียดนามทางทิศตะวันออก ติดต่อกับกัมพูชาทางทิศใต้ และติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันตก

สำหรับนักท่องเที่ยวไทยสามารถเดินทางเข้ามายังลาวได้ โดยไม่ต้องมีวีซ่า และอยู่ในประเทศลาวได้ 30 วัน ส่วนบัตรผ่านแดน ชั่วคราว (Temporary Border pass) ท่านสามารถใช้เดินทางเข้าลาวได้ เฉพาะในเขตนครหลวงเวียงจันทน์เท่านั้น และพักอยู่ได้ครั้งละ 3 วัน 2 คืนเท่านั้นเช่นเดียวกัน


สภาพภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศของลาวคล้ายกับภาคเหนือและภาคอีสานของไทย แต่ฤดูหนาวมีอากาศหนาวมากกว่า พื้นที่ทางภาคใต้และทางตอนกลางของประเทศ เป็นบริเวณที่มีฝนตกชุกมากกว่าภาคเหนือ ประกอบที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมในทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศลาวมีลักษณะทางภูมิอากาศแบ่งออกได้ 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จนถึงเดือนเมษายน, ฤดูฝน เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงเดือนตุลาคม, ฤดูหนาว เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนมกราคม

เวลา
เวลาในประเทศลาวเป็น 7 ชั่วโมงล่วงหน้าเฉลี่ยเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT +7).

ภาษา
ลาวมีภาษาประจำชาติคือ ภาษาลาว ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาไทยในแถวๆภาคอีสานของบ้านเรา นอกจากนี้ ชาวลาวบางส่วนยังสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสได้ดี สำหรับชาวลาวที่อาศัยทางตอนเหนือของประเทศ มีสำเนียงการพูด และ ความหมายของคำบางคำคล้ายคลึงกับภาษาพื้นเมืองในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และเลย ทางตอนเหนือของประเทศไทยอีกด้วย

เงินตรา
สกุลเงินของประเทศลาวคือ กีบ สำหรับเงินกีบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศลาวส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็นใบละ 1,000 2,000 5,000 10,000 20,000 กีบ (ไม่มีเงินในลักษณะเหรียญกษาปณ์) โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 1 บาท เท่ากับ 0.0037 LAK
สกุลเงินของประเทศลาว
ระบบไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าและปลั๊กไฟของลาวเหมือนเมืองไทยทุกประการ การไปที่นี่จึงไม่ต้องพกตัวแปลงปลั๊กไฟไปเลย แต่หากไปเที่ยวเมืองเล็กๆ ที่ห่างไกลความเจริญออกไป ไฟฟ้าอาจไม่ได้ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป
ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

การใช้โทรศัพท์
โทรศัพท์กลับเมืองไทย : แนะนำให้ใช้บริการโทรศัพท์ผ่านเน็ตตามร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ซึ่งคิดราคาประมาณ 3,000-6,000 กีบ/นาที (ขึ้นอยู่กับว่าโทร.เบอร์บ้านหรือมือถือ) หรือซื้อซิมการ์ดลาวแบบเติมเงินใช้ดีกว่า ราคาถูกกว่าเปิดบริการข้ามแดนจากเมืองไทยไป โดยซิมการ์ดที่คนลาวบอกว่าใช้ดีจะมีอยู่สองเจ้าด้วยกันคือ ทิโก (Tigo) และเอ็มโฟน (M Phone)

การให้ทิป
การให้ทิปในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง

อาหารการกิน
สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลยเมื่อได้เดินทางไปเยือน ประเทศลาวคือ ไปชิมอาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของลาว เช่น “เอาะหลาม” มีลักษณะคล้ายแกงค่ะ “หน่อไม้อั่ว” หรือ หน่อไม้ยัดไส้หมูชุบแป้งทอด ยิ่งทานกับข้าวเหนียว… อร่อยเหาะ “ฝานย่าง” (กวางหรือเก้งย่าง) มักทานคู่กับ ไคแผ่น (สาหร่ายน้ำจืดทอด) และ แจ่วบอง (มีรสชาติคล้ายกับน้ำพริกเผาบ้านเรา) “ส้มตำ” เป็นต้น ท่านสามารถลิ้มลองอาหารลาวรสแซ่บเหล่านี้ ได้ที่ภัตตาคาร ร้านอาหารซึ่งตั้งอยู่ตามโรงแรมในลาว หรือในตัวเมืองท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่

รายการช้อปปิ้ง
สำหรับแหล่งช้อปปิ้งในลาวที่เด่นๆ มีดังนี้ ตลาดเช้า เปิดขายตั้งแต่ 07.00 น. – 16.00 น. ตลาดเช้านี้มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมายหลากหลายชนิด ทั้งสินค้าพื้นเมือง และสินค้าจากต่างประเทศ อาทิเช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าซิ่น เครื่องเงิน ไม้แกะสลัก เครื่องจักสาน รวมถึงงานฝีมือต่าง ๆ อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังมี ตลาดจีน (ตลาดแลง หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ตลาดหนอง) เป็นตลาดที่จำหน่ายสินค้าจากประเทศจีนเป็นหลัก เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องใช้ไฟฟ้า ของที่ระลึก เสื้อผ้าสำเร็จรูป รวมไปถึงอาหารและเครื่องเทศที่นำเข้าจากประเทศจีนโดยตรง และ ตลาดขัวดิน ตลาดนี้เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าของสดที่ใหญ่ที่สุดในนครเวียงจันทน์ สินค้าส่วนใหญ่เป็นพวกเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ กุ้ง หอย ปู ปลา และสินค้าอื่นๆ ที่ชาวบ้านสามารถสรรหามาได้ ก็จะนำมาวางจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรรกัน

สถานที่ท่องเที่ยวลาวที่น่าสนใจ

พระธาตุหลวง
หอพระแก้ว
หลวงพระบาง
ประตูชัย
วังเวียง
น้ำตกหลี่ผี
น้ำตกตาดผาส้วม
น้ำตกคอนพะเพ็ง
บ้านสะพาย ปากเซ OTOP ลาว
เวียงจันทน์
ฯลฯ

ข้อมูลท่องเที่ยวสิงคโปร์

สิงคโปร์ เป็นเมืองที่ไม่หยุดนิ่งและอุดมไปด้วยความแตกต่างและสีสัน คุณจะพบกับความผสมผสานอย่างกลมกลืนของวัฒนธรรม อาหาร ศิลปะ และสถาปัตยกรรมได้ที่นี่ เกาะแห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ถูกปลดปล่อย เป็นเสมือนกลจักรขนาดจิ๋วของเอเชียอาคเนย์ที่รวมเอาสิ่งที่ดีที่สุดของโลกตะวันตกและตะวันออกเอาไว้ด้วยกัน

สิงคโปร์ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดนิ่งที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ความแปลกใหม่กำลังเกิดขึ้นอีกเร็วๆ นี้ คือ โครงการ “Marina Bay Sands” บริเวณ Marina Bay ให้เป็นแหล่งบันเทิงระดับโลก มีโรงละครขนาดใหญ่กว่า 2,000 ที่นั่ง ร้านแบรนด์เนม ภัตตาคารหรูและร้านอาหารลอยน้ำ “กาสิโน” เป็นก้าวสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นที่นี่โดยเฉพาะชาวต่างชาติเข้าไปเที่ยวได้ฟรี เพียงโชว์หนังสือเดินทาง แต่ถ้าคนภายในประเทศจะเข้าไปต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 1,000 ดอลลาร์ สิงคโปร์ได้วางแผนไว้จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงภายใน 10 ปี


ข้อควรทราบประเทศสิงคโปร์ สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขานในเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด ประชากรมีมาตรฐาน ความเป็นอยู่ ที่สูง เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีกฎหมายลงโทษร้ายแรง คือ การประหารชีวิต หรือโทษจำคุกระยะยาว เช่น ที่สิงคโปร์นั้น ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะอย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝืนปรับถึง S$1,000 การทิ้งเศษขยะลงพื้น ฝ่าฝืนครั้งแรกถูกปรับ S$1,000 ครั้งต่อไป S$2,000 และ ต้องทำความสะอาดในที่ สาธารณะด้วย กฎหมายนี้รวมถึงการห้ามถ่มน้ำลายในที่สาธารณะ และ ห้ามเคี้ยวหมากฝรั่งด้วย ดังนั้น ไม่ควรนำหมากฝรั่งไปที่สิงคโปร์ การเสพหรือจำหน่ายยาเสพติด ในประเทศสิงคโปร์นั้น มีความผิดขั้นร้ายแรงถึงประหารชีวิต

การขอวีซ่า:ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถเดินทางเข้าสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตรา (วีซ่า) และสามารถพำนักอยู่ได้ 14 วันการพำนักเกินระยะเวลาที่กำหนดถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือน เฆี่ยน 3 ที ปรับสูงสุด 6,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ และห้ามเข้าสิงคโปร์ (ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการตรวจลงตรา โปรดดู http://www.ica.gov.sg) ผู้เดินทางเข้าสิงคโปร์ควรถือหนังสือเดินทางที่มีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนวันหมดอายุ ผู้ประสงค์จะเข้าไปทำงานในสิงคโปร์ ควรตรวจสอบข้อมูลกับ กระทรวงแรงงานฯ ของไทยเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงการทำงานโดยไม่ได้ขออนุญาตทำงานจากทางการสิงคโปร์จะถูกดำเนินคดี (ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการขออนุญาตทางการ โปรดดู http://www.ica.gov.sg) การหลบหนีเข้าสิงคโปร์และประกอบอาชีพเร่ขายบริการผิดกฎหมาย จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง การลักลอบนำยาเสพติด อาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ จะได้รับโทษอย่างรุนแรงขั้นประหารชีวิต สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีกฎหมายเคร่งครัดในเรื่องระเบียบวินัย เช่น กฎจราจร การข้ามถนน การทิ้งขยะ การสูบบุหรี่ หน่วยราชการไทย

สภาพภูมิอากาศ
ประเทศสิงคโปร์มีภูมิอากาศ แบบร้อนชื้นเส้นศูนย์สูตร ซึ่งสภาพอากาศของประเทศสิงคโปร์ก็จะคล้ายคลึงกับสภาพอากาศทางภาคใต้ของประเทศไทย กล่าวคือ อากาศร้อนและเปียกชื้นทั้งปี และจะมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นระหว่างอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยคือ 31 องศาเซลเซียส และต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส

ประเทศสิงคโปร์ มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนจะอยู่ในช่วงเืดือนกุมภาพันธ์ – เดือนตุลาคม และฤดูฝนจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนมกราคม

เวลา
ประเทศสิงคโปร์เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ภาษา
สิงคโปร์ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีภาษาจีนกลาง และภาษามาเลย์

เงินตรา
สกุลเงินของสิงคโปร์ แบ่งเป็น ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือ เหรียญสิงคโปร์ ตัวย่อ SGD) และ เซ็นต์ สำหรับธนบัตรสิงคโปร์ทั่วไปในตลาด มี ตั้งแต่ใบละ 2, 5, 10, 50, 100, 1,000, 10,000 อัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ที่ประมาณ 23-25 บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์สิงคโปร์

ค่าเงิน:สกุลดอลลาร์สิงคโปร์ระบบไฟฟ้า
สิงคโปร์ใช้กระแสไฟฟ้า 220-240 โวลต์ เหมือนกับประเทศไทย แต่รูปแบบของปลั๊กจะไม่เหมือนเมืองไทย คือจะเป็นแบบเต้่าเสียบ 3 ขา (ของไทยจะใช้สองขา) ดังนั้นจึงต้องใช้ตัวแปลง (จาก 2 ขาเป็น 3 ขา) โดยปกติโรงแรมส่วนใหญ่จะมีปลั๊กสำหรับแปลงไว้ให้บริการ (ค่ามัดจำประมาณ 1 เหรียญสิงคโปร์ ได้เงินคืนเมื่อคืนของ)

ตัวอย่างปลั๊กไฟและตัวแปลงที่ใช้กับปลั๊กไฟในสิงคโปร์

ตัวอย่างปลั๊กไฟและตัวแปลงที่ใช้กับปลั๊กไฟในสิงคโปร์

ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป
ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

การใช้โทรศัพท์
หากโทรศัพท์จากไทยไปสิงคโปร์ ต้องกดรหัสผู้ให้่บริการ 001 หรือ 008 หรือ 009 ตามด้วยรหัสประเทศ 65 แล้วตามด้วยหมายเลขที่ต้องการโทร 8 หลัก แต่หากโทรภายในประเทศสิงคโปร์ สามารถกดเบอร์โทรได้เลย โดยอัตราค่าโทรจะเป็น 0.10 SGD ต่อ 3 นาที

การให้ทิป
ไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติของโรงแรมและร้านอาหารส่วนใหญ่ในสิงคโปร์ เนื่องจากสถานที่เหล่านี้ได้เก็บค่าบริการไปแล้ว 10% ในบิลของลูกค้า

อาหารการกิน
อาหารที่สิงคโปร์จะเน้นไปทางไก่ เนื่องจากประเทศสิงคโปร์ประชากรประกอบไปด้วยจีน, มาเลเซีย, อินเดีย จีนไม่กินเนื้อ อิสลามไม่ทานหมูฉะนั้นก็เหลือไก่และปลา อาหารที่นี่ราคาประมาณ 4-7 SGD ส่วนน้ำเปล่าก็ขวดละ 1 SGD

รายการช้อปปิ้ง
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์, อุปกรณ์ไอที, เครื่องสำอาง, น้ำหอม, เสื้อผ้า, กระเป๋า, สินค้าแบรนด์เนม, ช็อคโกแลต, ขนม, ผลไม้ เป็นต้น

สถานที่ท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่น่าสนใจ

เมอร์ไลออน (The Merlion)
สิงคโปร์ ฟลายเออร์ (Singapore Flyer)
เกาะเซนโตซ่า (Sentosa Island)
ไนท์ซาฟารี (Night Safari)
สวนนกจูร่ง (Jurong BirdPark)
สวนพฤกษศาตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens)
โรงละคร เอสพลานาด (Esplanade – Theatres on the bay)
ถนนออชาร์ด (Orchard Road)
ลิตเติ้ล อินเดีย (Little India)
ไชน่าทาวน์ (Chinatown)
ฯลฯ

เทศกาลสำคัญ

Chinese New Year (ช่วงเดือน ก.พ.) : ไปสัมผัสกับเทศกาลตรุษจีนในสไตล์ที่ยิ่งใหญ่ และเยี่ยมดูไชน่าทาวน์ ซึ่งประดับด้วยไฟระย้าหลากสี พร้อมอาหารและของประดับตกแต่งแบบดั้งเดิม
Hari Raya Haji (ช่วงเดือน มี.ค.) : เทศกาลสำคัญทางศาสนาอิสลาม ชาวมุสลิมจะสวดมนต์ในวันนี้เพื่อระลึกถึงผู้ผ่านพิธีฮัจญ์หรือผู้แสวงบุญ ณ นครมักกะฮ์
Singapore International Film Festival (ช่วงเดือน เม.ย.) : แหล่งรวมคอหนังเพื่อร่วมชมภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัล และเสียงวิจารณ์อย่างชื่นชมจากทั่วโลกแบบไร้ขีดจำกัด
Singapore Food Festival (ช่วงเดือน เม.ย.) : เลือกสรรอาหารรสเลิศจากทั้งในและต่างประเทศ ในเทศกาลอาหารที่ยาวนานตลอดเดือน เอร็ดอร่อยกับอาหารหลากหลายจากเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่
Vesak Day (ช่วงเดือน พ.ค.) : จัดขึ้นที่วัดพุทธศาสนาทุกแห่ง พระสงฆ์จะร่วมสวดมนต์ระลึกถึงองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อทรงปรินิพพาน และมีการทำบุญปล่อยนก นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าวัด
The Great Singapore Sales (ช่วงเดือน มิ.ย.) : ไม่ควรพลาดในช่วงเวลาการช้อปปิ้งทั้งเกาะสิงคโปร์ เลือกซื้อสินค้าในราคาถูกตามห้างร้านชั้นนำทุกแห่ง
National Day Celebrations (ช่วงเดือน ส.ค.) : มาฉลองวันชาติของชาวสิงคโปร์ ซึ่งขบวนพาเหรดวันชาติจะมีขึ้นทุกวันที่ 9 สิงหาคม จะสร้างความสนุกสนาน ด้วยระบำตามแบบวัฒนธรรมต่างๆ และพลุไฟมากมาย ขบวนพาเหรดอันงดงาม และการแสดงแสงเลเซอร์สีสันสดใส
Mooncake Festival (ช่วงเดือน ก.ย.) : ลองลิ้มขนมไหว้พระจันทร์รสอร่อย และร่วมเดินถือโคมไฟไปตามทางสายต่างๆ เช่น Chinese Garden
Thimithi (ช่วงเดือน พ.ย.) : พิธีการเดินลุยไฟประจำปี ณ วัดศรีมาเรียมมัน (Sri Mariamman) ถนน South Bridge ซึ่งจัดขึ้นจากการทรมานตนเองเพื่อไถ่บาป มีผู้สนใจและเข้าชมอย่างแน่นขนัด
Singapore River Buskers’ Festival (ช่วงเดือน พ.ย.) : สนุกสนานกับการแสดงของศิลปินริมทางระดับโลก
Christmas Light-up (ช่วงเดือน ธ.ค.) : ถนนออร์ชาร์ดจะกลายเป็นงานรื่นเริงที่พร้อมด้วยแสดง สีและเสียง เมื่อเทศกาลไฟประดับฉลองวันคริสต์มาสนำเราสู่บรรยากาศแห่งการส่งความสุข

เทศกาลสำคัญของสิงคโปร์เบอร์ติดต่อที่สำคัญหรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น
(Royal Thai Embassy)
653-7, Hannam-dong, Yongsan-ku Seoul
โทรศัพท์ (822) 795-3098, 795-0095, 795-3253
โทรสาร (822) 798-3448
E-mail: rteseoul@elim.net
โทรศัพท์มือถือ มีเครือข่ายโทรศัพท์มือถือสองรายคือ GSM900 และ GSM1800 และมีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือสามรายคือ SingTel, M1 และ StarHub หากต้องการโทรระหว่างประเทศ ให้ใช้รหัส 001, 013, หรือ 019 สำหรับ SingTel และ 002 หรือ 021 สำหรับ M1 และ 008 หรือ 018 สำหรับ StarHub การโทรระหว่างประเทศ
SingTel 001, 013, หรือ 019
M1 002 หรือ 021
StarHub 008 หรือ 018

สำนักงานพาณิชย์ (Office of Trade Promotion)
ที่ตั้งเดียวกับสถานเอกอัครราชทูตฯ
โทรศัพท์ (65) 737 3060, (65) 732 7769
โทรสาร (65) 732 2458

สำนักงานผู้ช่วยทูตทหารไทยประจำสิงคโปร์/ฝ่ายทหารเรือ
(Office of the Defence/ Naval Attache)
โทรศัพท์ (65) 6346-6372
โทรสาร (65) 6346-6385
E-mail : thnasing@singnet.com.sg
สำนักงานผู้ช่วยทูตทหารฝ่ายทหารอากาศ
(Office of the Air Attache)
โทรศัพท์ (65) 6552-6381
โทรสาร (65) 6253-3325
E-mail : thaiaf@singnet.com.sg
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ สิงคโปร์
(Office of Commercial Affairs)
ที่ตั้งเดียวกับสถานเอกอัครราชทูต
โทรศัพท์ (65) 6732-7769 , 6737-3060
โทรสาร (65) 6732-2458
E-mail : thcommsg@singnet.com.sg
สำนักงานแรงงานฯ
180 ถนนเชร์ซิล, Bangkok Bank Ltd.Building,
#04-01A (Office of the Labour Affairs, Bangkok
Bank Ltd.Building, #04-01A,180 Cecil Street,
Singapore 069546)
โทรศัพท์ (65) 6224-9940, 6224-1797, 6224-9795
โทรสาร (65) 6225-9995
E-mail : thaiolba@singnet.com.sg
สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(Tourism Authority of Thailand)
ที่ตั้งเดียวกับสถานเอกอัครราชทูต
โทรศัพท์ (65) 6235-7901, 6235-7694
โทรสาร (65) 6733-5653
E-mail : tatsin@singnet.com.sg